16 เมษายน 2561

ข่าวในประเทศ

  • สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จพระราชดำเนิน ไปในการพระราชพิธีสงกรานต์ ณ หอพระสุลาลัย พระที่นั่งไพศาลทักษิณ, หอพระธาตุมณเฑียร พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อเวลา 10.30 น. วันอาทิตย์ ที่ 15 เม.ย. 61
  • รมว.คค. (นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนบนทางหลวงหมายเลข 12 ตาก – แม่สอด กม. ที่ 68+200 บริเวณดอยรวก เพื่อติดตามความพร้อมด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน บูรณาการร่วมกันทั้งเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว โดยออกตรวจตามจุดเสี่ยง แหล่งท่องเที่ยว เพื่อป้องกันทั้งเรื่องอุบัติเหตุ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมต่าง ๆ และให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
  • ผู้ตรวจราชการ คค. รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท. (นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์) เปิดเผยว่าคาดว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หนาแน่นในวันที่ 15 เม.ย. 61 โดยขณะนี้ รฟท. ได้จัดขบวนรถเสริมช่วยการโดยสาร รองรับประชาชนเที่ยวกลับในวันดังกล่าว อีก 4 ขบวน ในเส้นทางสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ไม่ต่ำกว่า 4 พันคน เช่นเดียวกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่ได้เตรียมรถโดยสารทั้งรถของ บขส. รถร่วม บขส. และรถเที่ยวเสริม ไว้รองรับประชาชนเดินทางกลับจำนวนรวม 30,037 เที่ยว
  • รองโฆษก คสช. (พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง) กล่าวถึงมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ว่าพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ ดังนี้ รถจักรยานยนต์กระทำความผิด 53,542 ครั้ง และรถยนต์กระทำความผิด 37,429 ครั้ง โดยตั้งแต่วันที่ 11 – 14 เม.ย. 61 เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 7,067 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 16,588 ราย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 82,589 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 47,327 คน ทั้งนี้ ในจุดบริการประชาชนของกองทัพบก ตามเส้นทางต่าง ๆ ยังคงมีผู้มาขอใช้บริการเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะจอดพักรถ ดื่มกาแฟ เข้าห้องน้ำ สอบถามเส้นทาง ซ่อมตรวจสภาพรถ ขอรับการปฐมพยาบาล รวมถึงการแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย ที่มีเจ้าหน้าที่จะให้บริการตลอด 24 ชม.

ข่าวการเมือง

  • ประธาน สนช. (นายพรเพชร วิชิตชลชัย) กล่าวว่า หลังเทศกาลสงกรานต์ สนช. จะออกกฎหมายตามรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเริ่มทยอยส่งมาแล้วหลายฉบับอาทิ กฎหมายเกี่ยวกับศาล อัยการ เป็นต้น และยังมีกฎหมายตามแผนปฏิรูปที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และแผนปฏิรูปของรัฐบาล ส่วนหนึ่งเตรียมการไว้แล้ว รวมถึงการปฏิรูปตำรวจด้วย กฎหมายตามแผนการปฏิรูปอาจต้องใช้เวลาเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้วยเช่นกัน
  • ประธาน กรธ. (นายมีชัย ฤชุพันธุ์) กล่าวถึงภาพรวมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่กว่า 90 กลุ่ม เป็นไปตามเจตนารมณ์ตามที่ กรธ.คาดหวังหรือไม่ ซึ่งต้องดูอีกระยะหนึ่งว่าจะมีนโยบายดึงดูดใจประชาชนอย่างไร และอาจได้เห็นอะไรใหม่ๆ แปลกๆในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกาบัตรเลือกตั้งที่เป็นแบบบัตรใบเดียว ทำให้คนลงคะแนนต้องคิดหลายตลบ เพราะบัตรของเขาถูกนับ ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองมาก อยากได้คนที่มีความใหม่ ความสดมาดูแลประเทศ ทั้งนี้ ยังคงมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแม็ป

ข่าวเศรษฐกิจ

  • รมว.กก. (นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกตลาดท่องเที่ยวในประเทศยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากการประเมินของ ททท. คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวราว 32 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.8% สร้างรายได้สะพัดราว 2.47 แสนล้านบาท เติบโตกว่า 7.6% โดยคาดว่าจะมีการเติบโตราว 4.2 – 4.5% ในปีนี้เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับมาอยู่ในระดับ 80 เป็นครั้งแรกหลังจากอยู่ในระดับต่ำตลอดปีที่ผ่านมาสำหรับพื้นที่ ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด ได้แก่ กทม. มีจำนวนกว่า 8.86 ล้านคน สร้างรายได้ 7.85 หมื่นล้านบาท ตามด้วยภาคกลาง 6.92 ล้านคน ทำรายได้ราว 2.47 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% และภาคเหนือที่มีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องถึงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือนกว่า 4.98 ล้านคน สร้างรายได้
    3.61 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้น มาตรการภาษีสนับสนุนการเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยังเป็นปัจจัยส่งเสริมตลาดโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวให้คนเดินทางไปนอกแหล่งท่องเที่ยวหลักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยท้าทายคือค่าเงินบาทแข็งต่อเนื่อง ทำให้คนไทยส่วนหนึ่งตัดสินใจไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นประกอบกับมีรายการคอนซูเมอร์แฟร์ส่งเสริมการขายทำโปรโมชั่นนำเสนอเส้นทางต่างประเทศที่คนไทยนิยม เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เป็นต้น ในช่วงเดือน ก.พ. ที่ ผ่านมา
  • ผอ. สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือ เนด้า (นายพีรเมศร์ วุฒิธรเนติรักษ์) กล่าวว่า เนด้าเตรียมอนุมัติแผนการกู้เงิน 4.5 พันล้านบาท ให้แก่รัฐบาลพม่า เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างถนนจากฝั่งไทยไปเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของพม่า หลังจากรัฐสภาของพม่าได้อนุมัติให้ดำเนินการขอกู้จากเนด้าแล้วซึ่งถือเป็นจุดที่สำคัญของโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของพม่า โดยโครงการถนนเส้นนี้มีระยะทางยาวกว่า 100 กิโลเมตร และเป็นเส้นที่สำคัญ หรือ Ticker point ของโครงการทวาย ที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับเขตเศรษฐกิจทวาย สำหรับวงเงิน 4.5 พันล้านบาทของโครงการดังกล่าว นั้น เนด้าจะคิดดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรน ที่ 0.1% ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งถือว่า โครงการนี้เป็นโครงการปล่อยกู้ให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ที่เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่เนด้าเคยให้กู้มาตั้งแต่จัดตั้งสำนักงานแห่งนี้ นอกจากนี้ ในปีนี้ เนด้ายังมีโครงการจะอนุมัติเงินกู้ให้แก่ประเทศลาว คือ โครงการที่เป็นถนนเลียบแม่น้ำโขง ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากฝั่งไทย ที่ อ.ภูดู่ จ.อุตรดิตถ์ ไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ ใช้ระยะทางสั้นลงราว 200 กิโลเมตร หรือทำให้การเดินทางจากอุตรดิตถ์ไปเวียงจันทน์ เร็วขึ้นราว 2 ชั่วโมง ซึ่งงบประมาณลงทุนในโครงการนี้ คาดว่า จะเกือบ 2 พันล้านบาท ส่วนอัตราดอกเบี้ยยังไม่ได้กำหนด คาดว่าภายใน 2 – 3 เดือนจะได้ข้อสรุป และสามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรีได้

ข่าวต่างประเทศ

  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานประเทศแทรกแซงค่าเงินประจำเดือน เม.ย. 61 โดยไทยไม่ติดอยู่ในรายชื่อประเทศเฝ้าระวังแทรกแซงค่าเงิน และสหรัฐฯ ไม่ได้ประกาศขึ้นบัญชีประเทศใดเป็นประเทศปั่นค่าเงินในรายงานครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์กรายงานว่า ไทยเสี่ยงติดอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังเนื่องจากตรงกับเงื่อนไขเข้าข่ายแทรกแซงค่าเงินครบทั้ง 3 ข้อ คือ มีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมากกว่า 3% ของขนาดเศรษฐกิจ โดยอยู่ที่ 10% มีการเข้าซื้อเงินสกุลต่างประเทศเกิน 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในรอบ 1 ปี และไทยยังมีแนวโน้มเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เกิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังสถานการณ์การค้าโลกฟื้นตัวเมื่อไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ในรายงานเดือน เม.ย. 61 สหรัฐฯ เพิ่มอินเดียเข้าไปอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังแทรกแซงค่าเงิน รวมทั้งหมดเป็น 6 ประเทศ จากเดิม 5 ประเทศ โดยระบุว่า อินเดียเพิ่มการเข้าซื้อสกุลเงินต่างประเทศเกิน 2% ไปอยู่ที่ 2.2% ของขนาดเศรษฐกิจ (จีดีพี)
  • สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะยอมกลับไปเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) อีกครั้ง หากได้ข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐฯ มากกว่าข้อตกลงเดิมที่สหรัฐฯ เข้าร่วมตั้งแต่ปี 51 ในสมัยของนายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดี หลังสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้รับข้อตกลงที่เป็นประโยชน์เพียงพอต่อประเทศ ด้านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่น (นายทาโร อาโสะ) กล่าวว่าญี่ปุ่นพร้อมต้อนรับสหรัฐฯ ส่วนนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ (นางจาซินดา อาร์เดิร์น) ระบุว่า หากสหรัฐฯ ต้องการกลับเข้าร่วมทีพีพีจริง ชาติสมาชิกอาจต้องเริ่มเจรจาปรับข้อตกลงใหม่ทั้งหมด
  • นายโรเบอร์โต อาเซเวโด ผู้อำนวยการดับเบิลยูทีโอ แถลงว่า การค้าโลกเมื่อปีที่แล้วขยายตัว 4.7% ถือว่าขยายตัวมากที่สุดในรอบ 6 ปี และสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่ง ดังจะเห็นได้จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา และเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียถือเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก นอกจากนี้ ดับเบิลยูทีโอ ยังคาดการณ์ว่า ปริมาณการค้าจะขยายตัวต่อไปในช่วงหลายปีข้างหน้า แม้การขยายตัวจะอยู่ในอัตราปานกลางที่ 4.4% ในปี 2561 และ 4.0% ในปี 62 โดยจีนเป็นประเทศที่ส่งสินค้าออกมากที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้ามากเป็นอันดับ 2 ของโลกเมื่อปีที่แล้ว ส่วนปริมาณการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ มีสัดส่วนกว่า 20% ของปริมาณการค้าโลกโดยรวม

พยากรณ์อากาศ

  • บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่า และลูกเห็บตกบางพื้นที่ สำหรับภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันนี้ (16 เม.ย 61) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 17-19 เมษายน 2561 ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย