ข่าวในประเทศ
- นรม. พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดเกาะ ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาหารกลางวันนักเรียน และการจัดการศึกษา เพื่อเตรียมเข้าสู่โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาร่วมกับข้าราชการและภาคเอกชนที่สนับสนุนโครงการ รวมทั้งกล่าวปลุกใจให้ทุกฝ่ายช่วยกันขับเคลื่อนทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงอาหารและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับเด็กนักเรียน ซึ่งจัดอาหารตามโปรแกรม Thai School Lunch การจัดอาหารกลางวันโรงเรียนที่สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนาขึ้น
- รมว.วธ. กล่าวว่า ตนได้สั่งการไปยังสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อส่งเจ้าหน้าที่นักจดหมายเหตุเดินทางไปจดบันทึกเหตุการณ์และบันทึกภาพประวัติศาสตร์การช่วยชีวิตกลุ่มเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่มีคนทั้งโลกต่างให้ความสนใจ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีพระเมตตาและทรงห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวนอกจากนี้ ยังเป็นการหลอมรวมความสมานสามัคคี การส่งพลังน้ำใจจากทุกฝ่ายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยเหลือและให้กำลังใจกับทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำ นอกจากนี้ยังมีการประสานงานระดับชาติในการระดมความร่วมมือกันวางแผนการดำเนินงานอย่างมีระบบตามมาตรฐานสากล
ข่าวการเมือง
- นรม. ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจรที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร ต.น้ำคอก อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมหารือปัญหาข้อขัดข้องของการดำเนินงานและรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการโครงการบริหารจัดการขยะครบวงจรและโครงการโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง (RDF) ซึ่งเป็นโครงการที่ อบจ. ระยอง และ อปท. ทั้ง 67 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันพัฒนาระบบจัดการมูลฝอยที่ครบวงจรแบบศูนย์รวม มุ่งเน้นการลดและคัดแยกขยะด้วยระบบแบบผสมผสาน โดย อบจ. ระยอง ได้ร่วมกับบริษัทเอกชนเพื่อพัฒนาระบบการจัดการขยะมูลฝอยที่มุ่งไปสู่เทคโนโลยีการแปลงขยะมูลฝอยเป็นพลังงาน และสนองต่อนโยบายประเทศไทยไร้ขยะของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับจังหวัดระยองและเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะพื้นที่โครงการพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยคาดว่าจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและประชากรในระดับสูง ทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะชุมชน
- รมว.กษ. เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการไทยนิยม ยั่งยืน มีความก้าวหน้า 20% ซึ่งในส่วนโครงการได้รับงบ 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำระดับชุมชน โดยขณะนี้ต้องรอฝนตกหยุดตกก่อนถึงจะดำเนินการได้ต่อไป ทั้งนี้โครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการอบรมด้านอาชีพ ซึ่งต้องรอรายชื่อผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่แจ้งความประสงค์เข้าอบรมพัฒนาอาชีพ โดยได้เตรียมหารือ กค. เพื่อให้ กษ. สามารถดำเนินการเกลี่ยจำนวนผู้ลงทะเบียนให้สามารถรับประโยชน์ในการเบิกจ่ายจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เพิ่มขึ้น
- ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) (นายมีชัยฯ) ในฐานะสมาชิก คสช. กล่าวถึงการประชุม คสช. ที่ผ่านมาว่า คสช. ยังไม่ได้นำผลหารือจากการรับฟังความเห็นของพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาปลดล็อคหรือดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเตรียมตัวเลือกตั้ง ซึ่งกรณีที่จะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายหรือคำสั่งใด ๆ ของ คสช. นั้น จะต้องรอให้รัฐบาลเป็นผู้พิจารณาเบื้องต้นก่อนและหากต้องการใช้อำนาจพิเศษจึงนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมของ คสช. โดยประเด็นที่ยังไม่นำพิจารณาในที่ประชุม คสช. จะไม่เป็นปัญหากับพรรคการเมืองที่ต้องเตรียมตัวลงสู่การเลือกตั้ง เพราะคาดว่ารัฐบาลคงต้องหารือกับ กกต. ส่วนกรณีการแก้ปัญหาต่อข้อเสนอของบรรดาพรรคการเมืองในการแก้ปัญหาการเลือกตั้งในประเด็นการทำไพรมารีโหวตนั้นยังไม่มีข้อเสนอใด เนื่องจากยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนของพรรคการเมืองว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคต่อการปฏิบัติในส่วนดังกล่าว
- โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (นายยุทธนาฯ) แถลงว่า คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่สำคัญให้กับ สนช. จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการและองค์กรอิสระ โดย สนช. จะพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 ในการประชุม สนช. ครั้งถัดไป ทั้งนี้ สำหรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวประกอบด้วย 1. ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม 2. ร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 3. ร่าง พ.ร.บ. เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 4. ร่าง พ.ร.บ. เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ 5. ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ โดยการเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยจะมีผลย้อนหลังไปถึง พ.ศ. 2557 เว้นแต่กรณีของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่จะมีผลย้อนไปตั้งแต่ พ.ศ. 2548
ข่าวเศรษฐกิจ
- อธิบดีกรมบัญชีกลาง (นางสาวสุทธิรัตน์ฯ) เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้นำโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) มาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณชน โดยมีคณะทำงานตรวจสอบข้อมูล (AT) ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่เจ้าของโครงการเปิดเผยและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST Committee) ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ได้มีการตรวจสอบข้อมูลลงพื้นที่โครงการและเผยแพร่รายงานเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้ขยายไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างของราชการส่วนท้องถิ่นอีกด้วย ซึ่งได้จัดทีมลงพื้นที่สุ่มตรวจโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วม CoST และจัดเวทีภาคประชาชน โดยกรมบัญชีกลางได้จัดทีมคลังเขตและคลังจังหวัดสมทบกับคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลเพื่อร่วมกันสังเกตการณ์และรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและลดปัญหาการทุจริตในภาครัฐ โดยโครงการ CoST เป็นโครงการที่จะช่วยให้โครงการก่อสร้างภาครัฐมีคุณภาพมากขึ้น ลดช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ สร้างความมั่นใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ให้กับทุกภาคส่วน โดยเปิดให้มีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ รวมทั้งเป็นการนำภาษีของประชาชนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดการเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ได้ที่ www.cgd.go.th หรือ www.gprocurement.go.th หรือเฟซบุ๊ก CoST Thailand
- ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 5 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (นายภนธรฯ) เปิดเผยว่าจำนวนโครงการที่ได้รับการอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค. 61 มีโครงการที่ได้รับการอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1 โครงการ ที่ จ.ปัตตานี เงินลงทุน 170 ล้านบาท ประเภทกิจการไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ และอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 1 โครงการ ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ประเภทกิจการโรงแรมขนาด 100 ห้อง ซึ่งเป็นการขยายการลงทุนจาก อ.เบตง จ.ยะลา และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากทางรัฐบาลมีนโยบายที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีนักลงทุนหลายรายที่เป็นนักลงทุนจากต่างชาติและได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐมาตลอด
- รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (นายกมลฯ) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากนิยมใช้บริการรถโดยสารไม่ประจำทางหรือรถเช่าเหมาในการท่องเที่ยวหรือการเดินทางเป็นหมู่คณะ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการรถเช่าเหมา จึงดำเนินโครงการเสริมความรู้ สู่ถนนปลอดภัย ใส่ใจบริการ โดยจัดอบรมให้ความรู้ด้านการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ (Defensive Driving) ให้กับพนักงานขับรถเช่าเหมา เน้นหลักสูตรด้านเทคนิคเกี่ยวกับการขับรถในสถานการณ์ต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับขี่อย่างปลอดภัย การตรวจสภาพความพร้อมของรถก่อนใช้งาน รวมถึงการแก้ไขสถานการณ์เมื่อเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนเรียนรู้ด้านกฎหมายจราจรและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกการให้บริการและมีทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติงาน และตระหนักถึงความรับผิดชอบ ซึ่งจะนำไปสู่ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการในการควบคุม กำกับ ดูแลความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถไม่ประจำทาง เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการตามตามเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
- รมว.กค. เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะมีการกู้เงินกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อนำไปให้ทาง กทม. กู้ต่อ สำหรับใช้ชำระค่าโครงสร้างพื้นฐานและดอกเบี้ย ในการรับโอนทรัพย์สินโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ และ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จาก รฟม. มาให้ กทม. เป็นเจ้าของและบริหารรถไฟฟ้าสายนี้ทั้งเส้น ทั้งนี้ในการโอนกิจการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ามาอยู่ใน กทม. โดย กทม. จะต้องเป็นผู้รับภาระลงทุนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ และ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วงเงิน 111,175 ล้านบาท เข้ามาด้วย
ข่าวต่างประเทศ
- สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงซันติอาโก ประเทศชิลี ว่านายโอมาร์ เรย์กาดาส อดีตคนงานเหมืองชาวชิลี ซึ่งเคยประสบภัยติดอยู่ในเหมืองใต้ดินนานถึง 69 วัน พร้อมเพื่อนร่วมงานอีก 32 คน เมื่อปี 2553 กล่าวว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ติดตามข่าวภารกิจของทางการไทยและนานาชาติในการค้นหาและให้ความช่วยเหลือสมาชิกทีมฟุตบอล “หมูป่า” 13 คน ซึ่งติดอยู่ภายในถ้ำหลวง จ.เชียงราย ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 23 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ว่าเป็นเรื่องที่ “น่ากลัวและเสียขวัญ” สำหรับเด็กเหล่านี้ซึ่งยังมีอายุน้อยมาก แต่เชื่อว่าเด็กทุกคนซึ่งมีสภาพร่างกายแข็งแกร่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะมีความสามัคคีและให้ความช่วยเหลือกันเป็นอย่างดีจนสามารถกลับสู่โลกภายนอกได้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ที่ทุกคนประสบร่วมกันนานกว่า 9 วันนั้นจะเป็น “เรื่องฝังใจ” ไปอีกนาน การพยายามกลับเข้าสู่สิ่งแวดล้อมปกติ “ให้เร็วที่สุด” ด้วยความสนับสนุนจากครอบครัวและจิตแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ โดยเรย์กาดาสได้กล่าวถึง “โค้ชเอก” เอกพล จันทะวงษ์ วัย 25 ปี ซึ่งติดอยู่ภายในถ้ำกับกลุ่มเด็กทั้ง 12 คนด้วย ว่าจะเป็น “แบบอย่างที่ดี” ในการสร้างแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้กับเด็กกลุ่มนี้ต่อไป นอกจากนี้ เรย์กาดาสเล่าถึงช่วงเวลาที่เขาติดอยู่ภายในเหมืองว่า ความศรัทธาและการตั้งจิตอธิษฐาน ตลอดจนการสร้างเสริมกำลังใจให้กันและกันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรดาคนงานเหมืองรอดชีวิตมาได้และ “อย่าอายที่จะกลัว”
- อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ (นายสุรสีห์ฯ) ได้ให้คำแนะนำ Mr. A.K. Samarasinghe ผู้จัดการคณะกรรมการไฟฟ้าซีลอนและคณะปฏิบัติการทำฝนประเทศศรีลังกา ระหว่างมาศึกษาดูงานด้านการปฏิบัติการและการบริหารจัดการฝนหลวงในประเทศไทยเพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศศรีลังกาเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งรุนแรงจากปีที่ผ่านมา และยังกระทบกับการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำของศรีลังกาอีกด้วย ซึ่งกระทรวงพลังงานและพลังงานหมุนเวียนของศรีลังกาได้มีนโยบายในการศึกษาเทคโนโลยีการทำฝนและพื้นที่ที่สามารถนำเทคโนโลยีการทำฝนมาประยุกต์ใช้ได้ จากเมื่อวันที่ 19–21 ก.พ. ที่ผ่านมา รัฐบาลศรีลังกาได้เชิญคณะเจ้าหน้าที่ของกรมฝนหลวงฯ ไปศึกษาสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ความพร้อมด้านต่าง ๆ และประเมินความเป็นไปได้ในการปฏิบัติการฝนหลวงเพราะมีสภาพอากาศใกล้เคียงกับภาคใต้ของไทย นายสุรสีห์ฯ กล่าวว่า ฝ่ายไทยจะเป็นที่ปรึกษาสนับสนุนให้ฝ่ายศรีลังกาได้ฝึกปฏิบัติงาน วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ และศึกษาเงื่อนไขการปฏิบัติการตามที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากไทยไปปรับใช้ให้เกิดผลสำเร็จในทุกพื้นที่สามารถแก้ไขความเดือดร้อน ซึ่งเป็นการสานต่องานตามศาสตร์พระราชาในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในต่างแดน
พยากรณ์อากาศ
- ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง












