ข่าวในประเทศ
- โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (พล.ท. สรรเสริญ ฯ) เเถลงว่า นายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประยุทธ์ ฯ) สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีการอำนวยความสะดวกของประชาชนที่ติดต่อราชการ โดยกำหนดให้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2561 ทุกหน่วยงานราชการ และหน่วยงานในกำกับของรัฐ จะต้องให้บริการประชาชน โดยไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน รวมถึงได้ส่งคำสั่งเพิ่มเติมไปยังปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ เรื่องดังกล่าวจะต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว
- นายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประยุทธ์ ฯ) มีกำหนดลงตรวจราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยวัตถุประสงค์หลักคือ การแก้ไขปัญหาจราจรอันเกิดจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 7 สาย ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างพร้อมกันในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย สายสีเขียว สายสีส้ม สายสีชมพู สายสีแดงเข้ม สายสีเขียว และสายสีทอง รวม 162 จุด พบว่ามีผลกระทบต่อการระบายน้ำถึง 142 จุด และกระทบต่อผิวการจราจรและทางเท้า 20 จุด รวมไปถึงการตรวจเยี่ยมระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส ตรวจเยี่ยมจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า และเรือ
ข่าวการเมือง
- ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 12/2561 เรื่องให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ โดยที่มีความจําเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงาน ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจําเป็นต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา การบริหารราชการที่เกิดขึ้นและป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน โดยให้ พลตํารวจตรี รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร พ้นจากตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
- ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยเป็นผู้ว่าราชการในหลายจังหวัด 18 ตำแหน่ง มีรายชื่อดังนี้
- ให้นายธนาคม จงจิระพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง(นักบริหาร ระดับสูง)
สำนักงานปลัดกระทรวง - ให้นายพรพจน์ เพ็ญพาสพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระแก้ว สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง(นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายนิสิต จันทร์สมวงศ์พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมการพัฒนาชุมชน
- ให้นายประยูร รัตนเสนีย์พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมที่ดิน
- ให้นายระพี ผ่องบุพกิจพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดฉะเชิงเทราสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายสยาม ศิริมงคลพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครพนมสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายอรรถพร สิงหวิชัยพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุรินทร์ สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครสวรรค์สำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายศิริพัฒ พัฒกุลพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตรัง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพังงาสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุโขทัย สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิษณุโลกสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดภูเก็ตสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายเกียรติศักดิ์ จันทราพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมหาสารคามสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรีพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิจิตร สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดศรีสะเกษสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปัตตานี สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสงขลาสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายวิชิต ชาตไพสิฐพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระแก้วสำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอุทัยธานี สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายประภัสสร์ มาลากาญจน์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุรินทร์สำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายสมคิด จันทมฤกพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง)
จังหวัดสมุทรสาครสำนักงานปลัดกระทรวง - ให้นายธนากร อึ้งจิตรไพศาลพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอุตรดิตถ์สำนักงานปลัดกระทรวง
- ให้นายธนาคม จงจิระพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง(นักบริหาร ระดับสูง)
ข่าวเศรษฐกิจ
- วิกฤตค่าเงินตุรกีป่วนตลาดใหม่ อาร์เจนตินา ขึ้นดอกเบี้ยอีก 5 % สู่ระดับ 45 % ด้านผู้นำตุรกีเล็งคว่ำบาตรสหรัฐอเมริกา ขณะที่แบงก์ชาติเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยน้อย เหตุเกิดจากส่งออกไทยไปตุรกีเพียงแค่ 0.5 % สถานการณ์ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียเริ่มทรงตัว หลังจากที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องติดกันเป็นเวลา 5 วันทำการ จากความกังวลที่มีต่อค่าเงินลีราของตุรกี โดยเงินรูปีของอินเดียเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากสุดในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา ซึ่งอ่อนค่าลง 1.7 % รองลงมาคือ รูเปียะ ของอินโดนีเซีย อ่อนค่าลง 1 % และเปโซของฟิลิปปินส์ อ่อนค่าลง 0.8 % ขณะที่ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อยเพียงแค่ 0.1 % เท่านั้น
- ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (น.ส.ดารณี ฯ) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ของปี 2561 เห็นผลกระทบจากการที่ธนาคารพาณิชย์ยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมดิจิทัลเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 อย่างชัดเจน โดยรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนที่เคยเติบโต 8.8% เมื่อไตรมาสแรก พลิกมาหดตัว 11.2% ในไตรมาส 2 แต่ผลกระทบจำกัด เนื่องจากสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนมีเพียง 11% จึงทำให้ภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมของ ธนาคารพาณิชย์ยังขยายตัวได้ 1.5% แต่ขยายในอัตราชะลอลงจาก 8.2% เมื่อไตรมาสแรก ทั้งนี้ ผลกระทบจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมยังคงเห็นต่อเนื่อง หากผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมไปโอนเงินบนโมบายแบงก์กิ้งมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันการโอนเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้ง 90 % หรือ 224 รายการ อีก 10 % เป็นการโอนผ่านสาขาหรือเครื่องเอทีเอ็ม
ข่าวต่างประเทศ
- สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนัว ประเทศอิตาลีว่า เกิดเหตุสะพานทางด่วนในเมืองเจนัว ทางตอนเหนือของอิตาลี หรือเรียกว่า “สะพานโมรันดี” ถล่มในช่วงฝนตกหนัก เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 14 สิงหาคม 2561 โดยที่ สะพานนี้ได้เชื่อมต่อเส้นทางด่วนสายเอ10 มุ่งสู่ฝรั่งเศส และสายเอ7 ขึ้นเหนือไปทางเมืองมิลาน ส่วนที่ตกลงมายาวประมาณ 200 เมตร ตกลงมาในพื้นที่เขตอุตสาหกรรม ทางรถไฟและบ้านเรือนที่อยู่ด้านล่าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ศพและบาดเจ็บอีก 16 คน แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะสูงกว่านี้เพราะทีมกู้ภัยยังคงค้นหาผู้เคราะห์ร้ายที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
- สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจาก หน่วยวิเคราะห์เศรษฐกิจ (Economist Intelligence Unit) ว่าการสำรวจประจำปีว่าด้วยหัวข้อเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองที่น่าอยู่และน่าทำงาน โดยสำรวจ 140 เมืองและใช้วิธีการให้คะแนนเต็ม 100 คะแนนในหลากหลายปัจจัยสำคัญสำหรับการพิจารณา เช่น ค่าครองชีพ ปัญหาอาชญากรรม การขนส่งสาธารณะ การเข้าถึงด้านการศึกษา สุขอนามัย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจกับการเมือง ผลปรากฏว่า กรุงเวียนนาเมืองหลวงของออสเตรียขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้ 99.1 คะแนน อันดับสองคือ เมลเบิร์นของออสเตรเลีย ซึ่งเคยครองอันดับ 1 มานานถึง 7 ปีแล้ว โดยได้ไป 98.4 อันดับ 3 โอซาก้าของญี่ปุ่น เมืองที่ติดอันดับเหล่านี้เพราะเป็นเมืองขนาดกลางและอยู่ในประเทศที่มีเศรษฐกิจมั่นคง จำนวนประชากรที่ไม่หนาแน่นเกินไปจึงส่งผลต่อกิจกรรมสันทนาการโดยไม่เกิดคดีอาชญากรรมร้ายแรงหรือสาธารณูปโภคที่แบกภาระมากเกินไป
พยากรณ์อากาศ
- กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศว่าประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง








