15 สิงหาคม 2561

ข่าวในประเทศ

 

  • โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (พล.ท. สรรเสริญ ฯ) เเถลงว่า นายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประยุทธ์ ฯ) สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีการอำนวยความสะดวกของประชาชนที่ติดต่อราชการ โดยกำหนดให้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2561 ทุกหน่วยงานราชการ และหน่วยงานในกำกับของรัฐ จะต้องให้บริการประชาชน โดยไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน รวมถึงได้ส่งคำสั่งเพิ่มเติมไปยังปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ เรื่องดังกล่าวจะต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว

  • นายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประยุทธ์ ฯ) มีกำหนดลงตรวจราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยวัตถุประสงค์หลักคือ การแก้ไขปัญหาจราจรอันเกิดจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 7 สาย ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างพร้อมกันในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย สายสีเขียว สายสีส้ม สายสีชมพู สายสีแดงเข้ม สายสีเขียว และสายสีทอง รวม 162 จุด พบว่ามีผลกระทบต่อการระบายน้ำถึง 142 จุด และกระทบต่อผิวการจราจรและทางเท้า 20 จุด รวมไปถึงการตรวจเยี่ยมระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส ตรวจเยี่ยมจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า และเรือ

ข่าวการเมือง

 

  • ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 12/2561 เรื่องให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ โดยที่มีความจําเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงาน ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจําเป็นต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา การบริหารราชการที่เกิดขึ้นและป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน โดยให้ พลตํารวจตรี รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร พ้นจากตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 

  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยเป็นผู้ว่าราชการในหลายจังหวัด 18 ตำแหน่ง มีรายชื่อดังนี้
    1. ให้นายธนาคม จงจิระพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง(นักบริหาร ระดับสูง)
      สำนักงานปลัดกระทรวง
    2. ให้นายพรพจน์ เพ็ญพาสพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระแก้ว สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง(นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
    3. ให้นายนิสิต จันทร์สมวงศ์พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมการพัฒนาชุมชน
    4. ให้นายประยูร รัตนเสนีย์พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมที่ดิน
    5. ให้นายระพี ผ่องบุพกิจพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดฉะเชิงเทราสำนักงานปลัดกระทรวง
    6. ให้นายสยาม ศิริมงคลพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครพนมสำนักงานปลัดกระทรวง
    7. ให้นายอรรถพร สิงหวิชัยพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุรินทร์ สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครสวรรค์สำนักงานปลัดกระทรวง
    8. ให้นายศิริพัฒ พัฒกุลพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตรัง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพังงาสำนักงานปลัดกระทรวง
    9. ให้นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุโขทัย สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิษณุโลกสำนักงานปลัดกระทรวง
    10. ให้นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดภูเก็ตสำนักงานปลัดกระทรวง
    11. ให้นายเกียรติศักดิ์ จันทราพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมหาสารคามสำนักงานปลัดกระทรวง
    12. ให้นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรีพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิจิตร สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดศรีสะเกษสำนักงานปลัดกระทรวง
    13. ให้นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปัตตานี สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสงขลาสำนักงานปลัดกระทรวง
    14. ให้นายวิชิต ชาตไพสิฐพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระแก้วสำนักงานปลัดกระทรวง
    15. ให้นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอุทัยธานี สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง
    16. ให้นายประภัสสร์ มาลากาญจน์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุรินทร์สำนักงานปลัดกระทรวง
    17. ให้นายสมคิด จันทมฤกพ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง
      จังหวัดสมุทรสาครสำนักงานปลัดกระทรวง
    18. ให้นายธนากร อึ้งจิตรไพศาลพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอุตรดิตถ์สำนักงานปลัดกระทรวง

ข่าวเศรษฐกิจ

  • วิกฤตค่าเงินตุรกีป่วนตลาดใหม่ อาร์เจนตินา ขึ้นดอกเบี้ยอีก 5 % สู่ระดับ 45 % ด้านผู้นำตุรกีเล็งคว่ำบาตรสหรัฐอเมริกา ขณะที่แบงก์ชาติเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยน้อย เหตุเกิดจากส่งออกไทยไปตุรกีเพียงแค่ 0.5 % สถานการณ์ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียเริ่มทรงตัว หลังจากที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องติดกันเป็นเวลา 5 วันทำการ จากความกังวลที่มีต่อค่าเงินลีราของตุรกี โดยเงินรูปีของอินเดียเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากสุดในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา ซึ่งอ่อนค่าลง 1.7 % รองลงมาคือ รูเปียะ ของอินโดนีเซีย อ่อนค่าลง 1 % และเปโซของฟิลิปปินส์ อ่อนค่าลง 0.8 % ขณะที่ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อยเพียงแค่ 0.1 % เท่านั้น

  • ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (น.ส.ดารณี ฯ) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ของปี 2561 เห็นผลกระทบจากการที่ธนาคารพาณิชย์ยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมดิจิทัลเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 อย่างชัดเจน โดยรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนที่เคยเติบโต 8.8% เมื่อไตรมาสแรก พลิกมาหดตัว 11.2% ในไตรมาส 2 แต่ผลกระทบจำกัด เนื่องจากสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมการโอนมีเพียง 11% จึงทำให้ภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมของ ธนาคารพาณิชย์ยังขยายตัวได้ 1.5% แต่ขยายในอัตราชะลอลงจาก 8.2% เมื่อไตรมาสแรก ทั้งนี้ ผลกระทบจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมยังคงเห็นต่อเนื่อง หากผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมไปโอนเงินบนโมบายแบงก์กิ้งมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันการโอนเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้ง 90 % หรือ 224 รายการ อีก 10  % เป็นการโอนผ่านสาขาหรือเครื่องเอทีเอ็ม

ข่าวต่างประเทศ

 

  • สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนัว ประเทศอิตาลีว่า เกิดเหตุสะพานทางด่วนในเมืองเจนัว ทางตอนเหนือของอิตาลี หรือเรียกว่า “สะพานโมรันดี” ถล่มในช่วงฝนตกหนัก เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 14 สิงหาคม 2561 โดยที่ สะพานนี้ได้เชื่อมต่อเส้นทางด่วนสายเอ10 มุ่งสู่ฝรั่งเศส และสายเอ7 ขึ้นเหนือไปทางเมืองมิลาน ส่วนที่ตกลงมายาวประมาณ 200 เมตร ตกลงมาในพื้นที่เขตอุตสาหกรรม ทางรถไฟและบ้านเรือนที่อยู่ด้านล่าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ศพและบาดเจ็บอีก 16 คน แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะสูงกว่านี้เพราะทีมกู้ภัยยังคงค้นหาผู้เคราะห์ร้ายที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

 

  • สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจาก หน่วยวิเคราะห์เศรษฐกิจ (Economist Intelligence Unit) ว่าการสำรวจประจำปีว่าด้วยหัวข้อเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองที่น่าอยู่และน่าทำงาน โดยสำรวจ 140 เมืองและใช้วิธีการให้คะแนนเต็ม 100 คะแนนในหลากหลายปัจจัยสำคัญสำหรับการพิจารณา เช่น ค่าครองชีพ ปัญหาอาชญากรรม การขนส่งสาธารณะ การเข้าถึงด้านการศึกษา สุขอนามัย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจกับการเมือง ลปรากฏว่า กรุงเวียนนาเมืองหลวงของออสเตรียขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้ 99.1 คะแนน อันดับสองคือ เมลเบิร์นของออสเตรเลีย ซึ่งเคยครองอันดับ 1 มานานถึง 7 ปีแล้ว โดยได้ไป 98.4 อันดับ 3 โอซาก้าของญี่ปุ่น เมืองที่ติดอันดับเหล่านี้เพราะเป็นเมืองขนาดกลางและอยู่ในประเทศที่มีเศรษฐกิจมั่นคง จำนวนประชากรที่ไม่หนาแน่นเกินไปจึงส่งผลต่อกิจกรรมสันทนาการโดยไม่เกิดคดีอาชญากรรมร้ายแรงหรือสาธารณูปโภคที่แบกภาระมากเกินไป

พยากรณ์อากาศ

 

 

  • กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศว่าประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง