9 ตุลาคม 2561

ข่าวในประเทศ

  • รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พิธีดังกล่าวจะมีกิจกรรมสำคัญคือ ช่วงเช้าของวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และวันที่ 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีวางพวงมาลา และถวายบังคมหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ส่วนเวลากลางคืนจะมีพิธีถวายบังคมและจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นครั้งแรก โดยทั้งสองคืนจะมีการจุดเทียนและสงบนิ่งเป็นเวลาเท่ากับพระชนมพรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 สงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ในหลวงรัชกาลที่ 5 เป็นเวลา 57 วินาที พิธีจุดเทียนที่ท้องสนามหลวงเปิดกว้างให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมและจัดทั่วประเทศด้วย

ข่าวการเมือง

  • เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เวลา 17.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบหารือทวิภาคีกับนายชินโซ อาเบะ (E. Mr. Shinzo Abe) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ณ ทำเนียบรัฐบาลญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก่อนการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น โดยหลังการหารือ มีการแถลงข่าวร่วมกัน สรุปได้ว่า ความสัมพันธ์ไทยและญี่ปุ่นมีพัฒนาการหลายด้านและมีความแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีขอบคุณญี่ปุ่นที่ให้ความร่วมมือในการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 รวมทั้งให้ความร่วมมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยในหลากหลายโครงการ นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลไทยได้เดินหน้าปฏิรูปประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง จะมีการเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าและขอขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่เข้าใจและสนับสนุนไทยมาตลอด
  • พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง กวดขันดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเร่งกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน โดยแฝงตัวเข้ามาในรูปนักท่องเที่ยวในทุกพื้นที่อย่างจริงจัง หลังจากประชาชนจำนวนมาก สะท้อนความกังวลถึงการรวมกลุ่มของชาวต่างชาติ พัก อาศัยและประกอบกิจการผิดสังเกตในหลายพื้นที่ชุมชนเมือง ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด โดยดำเนินการควบคู่กับการตรวจสอบประเภทการอนุญาตประกอบอาชีพของชาวต่างชาติในไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งพบเข้ามาแสวงประโยชน์ผิดประเภทจำนวนมากเช่นกัน
  • นางไพรวรรณ พลวัน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ชี้เเจงกรณีกระเเสข่าวการปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากอายุ 60 ปี เพิ่ม 700 บาท อายุ 70 ปี เพิ่มเป็น 800 บาท อายุ 80 ปี เพิ่มเป็น 900 และอายุ 90 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น 1,000 บาท นั้น เน้นย้ำไม่เป็นความจริง ทั้งนี้รายละเอียดการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ยึดแนวทางปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 ปัจจุบันจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเป็นการจ่ายแบบขั้นบันไดคงเดิม อายุ 60- 69 ปี ได้รับเงิน 600 บาท/เดือน อายุ 70- 79 ปี ได้รับเงิน 700 บาท/เดือน อายุ 80- 89 ปี ได้รับเงิน 800 บาท/เดือน และอายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท/เดือน

ข่าวเศรษฐกิจ

  • รายงานจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เรื่อง ภาวการณ์ว่างงานของประชาชนประจำเดือนกันยายน 2561 เปิดเผยว่าจำนวนคนว่างงานอยู่ที่ 3.73 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานที่ร้อยละ 1 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนประมาณ 7 หมื่นคน โดยกลุ่มคนที่ว่างงานมากที่สุดยังคงเป็นกลุ่มคนที่เรียนจบในระดับอุดมศึกษาที่มีจำนวนถึง 1.45 แสนคน รองลงมาคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 9.7 หมื่นคน และมัธยมศึกษาตอนปลาย ประถมศึกษา และผู้ไม่มีการศึกษาหรือต่ำกว่าประถมศึกษา ตามลำดับ

 


ข่าวต่างประเทศ

  • สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่านายจาอีร์ โบลโซนาโร อดีตนายทหารระดับสูงสายอนุรักษนิยมขวาจัด ซึ่งชูนโยบายกวาดล้างคอร์รัปชันและอาชญากรรม เป็นตัวเก็งที่คาดว่าจะคว้าชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในครั้งนี้ โดยการสำรวจคะแนนความนิยมครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งพบว่า นายโบลโซนาโร ได้คะแนนเสียงที่ร้อยละ 36 ทิ้งห่าง นายเฟอร์นันโด ฮัดดาด ตัวแทนจากพรรคแรงงาน หรือพรรครัฐบาลฝ่ายซ้าย ที่คาดว่าจะได้คะแนนไปร้อยละ 22 ทั้งนี้ นายโบลโซนาโรได้รับฉายาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งละตินอเมริกา เพราะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่ายกย่องการปกครองแบบเผด็จการทหาร รวมถึงมักแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงต่อผู้หญิง เกย์ และคนจน
  • สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ (IPCC) ออกรายงานพิเศษ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม หลังจากศึกษาวิจัยมานาน 3 ปี เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อควบคุมภาวะโลกร้อนให้สำเร็จภายใน 12 ปีนี้ หรือจนถึงปี 2573 มิเช่นนั้น มนุษย์โลกจะเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นภาวะแห้งแล้ง ไฟไหม้ป่า น้ำท่วม และการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง เนื่องจากขณะนี้อุณหภูมิโลกได้เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่ตั้งไว้ และกำลังจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 3 องศา ทั่วโลกจึงต้องร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เพื่อที่จะให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นน้อยกว่า 1.5 องศา

สถานการณ์น้ำและอากาศ

  • พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีฝนน้อย อนึ่ง ในช่วงวันที่ 10-14 ต.ค. 2561 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ยังคงทำให้มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง และจะมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้