10 มกราคม 2562

ข่าวในประเทศ

 

วันที่ 9 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักโฆษก สลน. ได้นำ ส.ค.ส. จากเด็กทั่วประเทศที่เขียนอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. และหัวหน้า คสช. เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ปี 62 และวันเด็กแห่งชาติปี 62 มาจัดแสดงที่ชั้น 2 ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล โดยคัดเลือก ส.ค.ส. 330 ใบ จาก 500 ใบมาจัดแสดง โดย ส.ค.ส. ที่นำมาแสดงเป็น ส.ค.ส. จากเด็กนักเรียนใน จ.นครปฐม และ จ.สระบุรี วาดเป็นภาพนายกฯ และการ์ตูนสีสันสดใส เขียนถ้อยคำอวยพรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่เขียนอวยพรขอให้นายกฯ มีสุขภาพแข็งแรง อย่าท้ออดทนสู้ต่อไป อย่าหยุดพัฒนาประเทศ เป็นนายกฯ ตลอดไป ขอให้ดูแลประเทศชาติ เป็นคนมีเสน่ห์มาก บริหารประเทศได้ดีมาก

 

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการ สปส. เผยว่ามีการปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจากสำนักงานประกันสังคม จากเดิมที่เคยจ่าย 400 บาท เป็น 600 บาท โดยเดิมที สปส. จ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้กับผู้ประกันตน ที่มีบุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี จำนวน 400 บาท ต่อเดือน/คน ทั้งนี้ จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่แจ้งไว้ทุกเดือน แต่หลังจากวันที่ 31 ม.ค. 62 ประกันสังคมได้ปรับอัตราการจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้กับผู้ประกันตนจาก 400 เป็น 600 บาท โดยจะจ่ายย้อนหลังให้จนถึงเดือน ม.ค. 2561 เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรของประชาชนและภาคแรงงานให้สามารถเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ข่าวการเมือง

 

วันที่ 9 ม.ค.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศปลดใบเหลืองการทำประมงที่ผิดกฎหมายและไร้ระเบียบ (ไอยูยู) ว่า ตนมีเรื่องน่ายินดีที่ขอประกาศให้คนไทยได้ทราบโดยทั่วกัน แจ้งผลการพิจารณาเรื่องของการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับการปลดธงเหลือง ทำให้ประเทศของเราสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อส่วนรวมในภาพรวมการทำประมงของประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าอาหารทะเลเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีในส่วนอื่นๆ เราต้องปรับปรุง และดำเนินการต่อไปให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน

 

ข่าวเศรษฐกิจ 

 

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการประเมินสงครามการค้า : ผลกระทบการส่งออกไทยปี 2562 ว่า ในช่วงเกือบ 1 ปีที่สหรัฐฯและจีนขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกัน ส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและประเทศไทยแล้ว โดยศูนย์ฯประเมินว่าจะทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยในปี 2561 หายไป 351-597 ล้านสหรัฐฯ หรือทำให้อัตราการขยายตัวลดลง 0.1-0.2% และผลของสงครามการค้าดังกล่าว ทำให้คาดว่าปีนี้มูลค่าการส่งออกของประเทศไทยจะขยายตัว 6.1-7.5% เท่านั้น ส่วนปี 2562 คาดว่ามูลค่าการส่งออกของประเทศไทยจะหายไปอีก 1,181-4,427 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรืออัตราการขยายตัวลดลง 0.5-1.9% ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นเพราะสินค้าไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตสินค้าทั้งของประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ทั้ง 2 ประเทศ นำเข้าสินค้าจากไทยลดลง โดยปี 2562 คาดว่าทั้ง 2 ประเทศจะนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยลดลง 0.6-2.4% โดยสินค้าที่มูลค่าการส่งออกจะหายไปมากที่สุด คือ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจากการที่ทั้ง 2 ประเทศขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างกันเป็น 10% มูลค่าการส่งออกสินค้าดังกล่าวของไทยจะลดลง 343 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่หาก 2 ประเทศปรับขึ้นภาษีเป็น 25% มูลค่าจะหายไป 758 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รองลงมาเป็นสินค้าเคมีภัณฑ์, ยางและพลาสติก, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ โดยมูลค่าการส่งออกจะหดหายมากขึ้นตามอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น

 

 

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำ นร.  เปิดเผยว่า ครม. เห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยมีวงเงินงบประมาณรายจ่าย 3,200,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 200,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้สุทธิ คาดว่าจะอยู่ที่ 2,750,000 ล้านบาท เป็นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล 450,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนสมมติฐานทางเศรษฐกิจว่าในปี 2563 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในช่วง 3.5-4.5% ส่วนอัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วง 0.8-1.8%

 

ข่าวต่างประเทศ

 

สำนักงานประธานรัฐสภาอิรัก ระบุว่า ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พบปะหารือกับ โมฮัมเหม็ด อัล-ฮัลบูซี ประธานรัฐสภาอิรักในวันพุธ (9 ม.ค.62) ที่กรุงแบกแดด กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรี อาเดล อับดุล มาห์ดี ของอิรัก ก็ปฏิเสธที่จะยืนยันเรื่องนี้ ตอนที่ถูกถามเมื่อวันอังคาร อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีอิรัก ระบุไว้ตอนนั้นว่า การพบปะกับพอมเพโอ คงจะเกี่ยวกับการหารือเรื่องความสัมพันธ์ของอิรักกับพันธมิตรปราบกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)

 

 

 

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศว่า น.ส.ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วถูกกักตัวที่โรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิ ในระหว่างเดินทางหลบหนีจากครอบครัวเพื่อไปออสเตรเลีย ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสหประชาชาติแล้ว โดยหญิงสาววัย 18 ปี ซึ่งปฏิเสธการส่งตัวโดยทางการไทยไปยังคูเวตทางเครื่องบิน และไม่ยอมออกจากห้องพักโรงแรมภายในสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เธอหวาดกลัวว่าจะถูกครอบครัวของเธอจะฆ่าเนื่องจากการเปลี่ยนศาสนา ขณะนี้เธอได้รับอนุญาตให้พำนักในไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อให้อยู่ใต้ความดูแลของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR) และการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ ระหว่างที่รอดูว่าจะไปประเทศใด คาดว่าใช้เวลา 5-7 วัน

 

สภาพอากาศ

 

ในช่วงวันที่ 9-10 ม.ค. 62 ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนภาคอื่นๆมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง หลังจากนั้น ในช่วง 11-12 ม.ค. 62 ภาคเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ในบริเวณยอดดอย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ภาคใต้มีฝนน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 13-15 ม.ค. 62 ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง และตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนน้อย