2 กุมภาพันธ์ 2562

ข่าวในประเทศ

  • พล.อ.ประยุทธ์ฯ แถลงผลการดำเนินงานปีที่ 4 ของรัฐบาล โดยสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการในระยะแรก คือ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ยุติความขัดแย้ง สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ จัดระเบียบสังคม สำหรับผลงานโดดเด่นยังเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์การดูแลประชาชนระดับฐานราก ทั้งกองทุนหมู่บ้าน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การเพิ่มเงินให้ผู้สูงอายุที่ถือบัตร การแก้ไขหนี้นอกระบบ การสร้างระบบพร้อมเพย์ สังคมไร้เงินสด และร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยยืนยันว่าไม่ได้เอื้อให้กับนายทุนใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีโครงการบ้านล้านหลัง การฟื้นฟูชุมชนริมคลองลาดพร้าว รวมถึงการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU การปลดธงแดงด้านการบินพลเรือน หรือ ICAO การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ สู่การรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน และการแก้ไข พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ ในรอบ 77 ปี เพื่อปลดล็อคให้ปลูกไม้มีค่าได้ ส่วนการท่องเที่ยวของไทยติดอันดับ 10 ของโลก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางมาเที่ยวไทย กว่า 38.27 ล้านคน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ขณะที่เรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยังเป็นเรื่องการเปิดรถไฟฟ้า เพิ่มเติมอีก 2 สาย คือสายสีม่วง และสายสีเขียวส่วนต่อขยาย การพัฒนาขนส่งทางราง การเร่งรัดรถไฟทางคู่ 7 เส้นทาง รถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทาง เชื่อม 3 เส้นทาง คือสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา และการเร่งรัดสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง 
  • ทส. สรุปผลประชุมพิจารณามาตรการแก้ปัญหา PM2.5 จากยานพาหนะในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล รวม 12 มาตราการระยะเร่งด่วน-ระยะยาว เสนอบอร์ดสิ่งแวดล้อม 4 ก.พ.นี้ โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การห้ามรถยนต์ที่มีมลพิษสูงวิ่งเข้าพื้นที่ กทม. ชั้นกลางและชั้นนอก การเร่งรัดให้นำน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำกว่า 10 พีพีเอ็ม (เทียบเท่า ยูโร 5) มาจำหน่ายในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ให้หน่วยงานภาครัฐ พิจารณาการทำงานที่บ้านและขอความร่วมมือจากบริษัทเอกชนให้ทำงานที่บ้านเช่นเดียวกัน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์และการบังคับใช้คำสั่งห้ามใช้ และมาตรการระยะกลางและระยะยาว ได้แก่ ปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีกำมะถันไม่เกิน 10 ppm (เทียบเท่ามาตรฐาน ยูโร 5) ปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ยูโร 6 ปรับปรุงค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ยรายปีให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของ WHO เร่งรัดแผนการเปลี่ยนรถโดยสาร ขสมก. ให้เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษต่ำ ปรับปรุงวิธีการและ ระยะเวลาการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี ควบคุมการนำเครื่องยนต์ใช้แล้วมาเปลี่ยนแทนเครื่องยนต์เก่าในรถยนต์ รวมทั้งดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการติดตั้ง Diesel Particulate Filter ในรถยนต์ใช้งาน

  • กรมทรัพย์สินทางปัญญายกคำขอสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชาธรรมชาติเป็นกรณีเร่งด่วนตามคำสั่ง คสช. ที่ 1/2562 แล้วครบทั้ง 13 คำขอ โดยหากผู้ขอรับสิทธิบัตร ไม่อุทธรณ์คำสั่งยกคำขอดังกล่าวต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรภายในกำหนดเวลา 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง จะถือว่าคำสั่งของอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่สุดตามกฎหมาย คำขอรับสิทธิบัตรที่ประกาศโฆษณาแล้วและถูกสั่งยกคำขอไปแล้ว ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะนำการประดิษฐ์นั้นมายื่นขอรับสิทธิบัตรใหม่อีกไม่ได้ อีกทั้ง แม้ภายหลังจะมีกฎหมายยาเสพติดให้โทษ ที่ปลดล็อคให้สามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มีผลใช้บังคับ และทำให้บางส่วนของคำสั่ง คสช. สิ้นผลไป จะไม่กระทบต่อการดำเนินการที่ผ่านมาแล้ว เนื่องจากคำสั่ง คสช. ได้มีบทบัญญัติรองรับไว้แล้ว

ข่าวการเมือง

  • นายอุตตมฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ฯ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสุวิทย์ฯ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายกอบศักดิ์ฯ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำนโยบายของพรรครวมถึงหนังสือเทียบเชิญและหนังสือยินยอมให้พรรคเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจาก กกต. ไปเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ฯ เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ฯ เป็นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ฯ มีเวลาตัดสินใจถึงวันที่ 8 ก.พ. 62
  • นายสมชัยฯ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต. กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเชิญให้เป็นหนึ่งในรายชื่อผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคพลังประชารัฐ ว่า ในฐานะอดีต กกต. รู้สึกไม่สบายใจต่อเรื่องดังกล่าว แม้จะเป็นการไปเข้าพบในเวลา 16.30 น. แต่ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ราชการ และการใช้สถานที่ราชการเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ยิ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้อง แม้จะอ้างว่าการมาเชิญที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นเพราะต้องการให้เกียรติกับ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงกรณีนี้จะต้องใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐในการอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ของพรรคพลังประชารัฐและสื่อมวลชนที่มาทำข่าวในงานนี้ ซึ่งจะกลายเป็นประเด็นที่สร้างปัญหากับตัว พล.อ.ประยุทธ์ฯ ในฐานะเป็นข้าราชการการเมืองที่วางตัวไม่เป็นกลาง และใช้สถานที่ราชการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพรรคการเมือง

ข่าวเศรษฐกิจ

  • กลุ่มเซ็นทรัลประกาศลงทุนใน ‘แกร็บ ประเทศไทย’ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 6,200 ล้านบาท เข้าถือหุ้นแบบไม่มีอำนาจควบคุม หวังสร้างประสบการณ์ใหม่ทางธุรกิจ ครอบคลุมธุรกิจ ส่งอาหาร เดินทาง โลจิสติกส์ โดยกลุ่มเซ็นทรัลและแกร็บได้ตกลงผสานความร่วมมือกันทั้งในด้านการให้บริการเดินทางการส่งอาหารและสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต โลจิสติกส์ และบริการอื่นๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแก่ลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า และผู้เช่า ของทั้งกลุ่มเซ็นทรัลและแกร็บ สำหรับปี 62 กลุ่มเซ็นทรัลได้วางงบลงทุน 4-5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินลงทุน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในงบนี้ โดยกลุ่มเซ็นทรัลลงทุนในแกร็บ ประเทศไทย เพื่อต้องการสร้างแพลตฟอร์มให้คนไทย ขณะเดียวกันคาดว่ายอดขายในกลุ่มเซ็นทรัลปีนี้จะเติบโตร้อยละ 12-15 ซึ่งเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน เป็นไปตามแผนธุรกิจในช่วง 5 ปี (ปี 61-65) ที่คาดว่ายอดขายจะเติบโตร้อยละ 12-15 ต่อปี บนสมมติฐานจีดีพีไทยปีนี้เติบโตร้อยละ 3.5-4.0 โดยธุรกิจค้าปลีกคาดเติบโตร้อยละ 8-9
  • ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน และ 9 เดือน สำหรับลูกค้าที่ฝากเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท 0.25% ต่อปี และปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าทั่วไป (เอ็มอาร์อาร์) 0.125% ต่อปี มีผล 1 ก.พ. นี้ โดยการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเป็นไปตามกลไกตลาด หลังจากดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้น ส่งผลดอกเบี้ยในตลาดเงินสูงขึ้น และต้นทุนในการกู้ยืมของธนาคารเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ การปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มอาร์อาร์จะ มีผลต่อลูกค้าผ่อนชำระสินเชื่อบ้านบ้าง ทำให้ค่างวดที่ผ่อนมาแต่ละเดือนตัดเงินต้นได้น้อยลง ด้าน ธปท.  กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ปรับดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นว่า ในเบื้องต้นจะกระทบกำลังซื้อในประเทศ การลงทุน โดยทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโดยรวมไม่มากนัก เพราะเท่าที่เห็นธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นในอัตราที่ไม่ได้สูงมาก หากดูจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไปก่อนหน้านี้ โดยการปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้ก็คงขึ้นในอัตราที่สอดคล้องกัน แต่เชื่อว่าคงไม่ทำให้แรงส่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจเสียไป และเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง

 


ข่าวต่างประเทศ

  • ทางการจีนกำลังพิจารณาลดราคาค่าก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในมาเลเซียลงราวครึ่งนึงของราคาที่เสนอไปก่อนหน้านี้ที่วงเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากความกังวลของรัฐบาลนายกมหาเธร์ที่ไม่ต้องการแบกรับภาระหนี้เหล่านี้ในระยะยาว ซึ่งโครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมฝั่งตะวันออกของมาเลเซียไปยังสิงคโปร์นี้เป็นหนึ่งในโครงการสมัยรัฐบาลนายนาจิบ ราซัก อดีตนายกที่แพ้การเลือกตั้ง ส่งผลให้นายกมาเธร์สั่งทบทวนโครงการลงทุนด้านต่างๆหลายโครงการ

  • อาลีบาบา บริษัทเจ้าของธุรกิจหลายประเภท ทั้งอีคอมเมิร์ซ, ค้าปลีก, เอไอและเทคโนโลยีข้ามชาติของจีน เริ่มทำการใช้เทคโนโลยีเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์ ในการแก้ปัญหาจราจรติดขัดในเมืองหางโจว ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของบริษัทอาลีบาบา ทางตะวันออกของประเทศ โดยเมืองแห่งนี้มีประชากร 7 ล้านคน และครั้งหนึ่งเคยติดอันดับ 5 เมืองที่แออัดที่สุดในจีน โดยอาลีบาบาระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของทางบริษัทช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลทั่วเมืองหางโจว อย่างเช่น ภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิดตามแยกไฟแดงต่างๆ และข้อมูลจีพีเอสสถานที่ของรถยนต์กับรถบัสทั้งหลาย จากนั้นระบบจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์พร้อมประสานงานกับสัญญาณไฟจราจรต่างๆมากกว่า 1,000 จุดทั่วเมือง เพื่อที่จะป้องกันหรือช่วยลดการจราจรติดขัด ซึ่งหลังจากที่อาลีบาบาทดสอบระบบไปได้ 2 ปี ปรากฏว่าระบบทำงานได้เป็นอย่างดี และทางอาลีบาบายังกล่าวอีกด้วยว่าระบบนี้ช่วยประมวลผลเส้นทางเพื่อให้ รถดับเพลิง และ รถพยาบาลฉุกเฉิน ลดเวลาในการเดินทางและสามารถไปถึงจุดเกิดเหตุได้เร็วขึ้นด้วย ขณะที่ประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการจราจรในเมืองดีขึ้นมาก

สภาพอากาศ

  • ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง สำหรับภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ และอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร