7 กุมภาพันธ์ 2562

ข่าวในประเทศ 

 

 

6 ก.พ.62 พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัด กห. เป็นประธานในพิธีการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาคลองหลอดวัดราชบพิธ และคลองหลอดวัดเทพธิดาราม ณ ลานอเนกประสงค์ 1
ในศาลาว่าการกลาโหม พร้อมนำกำลังพล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนในชุมชนใกล้เคียงพื้นที่โดยรอบศาลาว่าการกลาโหมเข้าร่วมกิจกรรมด้วยการทำความสะอาด เก็บขยะ ตัดแต่งกิ่งไม้ บำบัดน้ำเสีย และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ใน 2 พื้นที่ ประกอบด้วย บริเวณคลองหลอดวัดราชบพิธ ประมาณ 1,500 เมตร เริ่มต้นบริเวณคลองคูเมืองเดิม สิ้นสุดที่บริเวณสวนสุขภาพรมณีนาถ และบริเวณคลองหลอดวัดเทพธิดาราม ประมาณ 800 เมตร เริ่มต้นที่บริเวณคลองคูเมืองเดิมตรอกสาเก สิ้นสุดที่บริเวณถนนบูรณศาสตร์

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าว กห. จะยังคงความต่อเนื่องในลักษณะมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนเพื่อแสดงถึงพลังความร่วมมือและความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกันในการพัฒนาดูแลทำความสะอาดบ้านเมืองเเละจัดระเบียบสังคมไปด้วยกัน

 

 

 

 

นายกฤษฎา บุญราช รมว.กษ. เปิดเผยหลังเข้าร่วมการประชุม ครม. ว่า ครม. มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่ กษ. โดยกรมประมงเสนอ หลังจากมีการผลักดันเรื่องดังกล่าวมา 1 ปี สำหรับประเด็นสำคัญที่เสนอให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาตินั้น เนื่องด้วยปลากัดไทยมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านพฤติกรรมการต่อสู้ ซึ่งนับเป็นสัตว์น้ำเพียงชนิดเดียวของไทยที่มีลักษณะดังกล่าว เหมาะกับการเป็นสัตว์น้ำประจำชาติเนื่องจากคล้ายกับลักษณะของคนไทยที่รักและหวงแหนชาติ ปกป้องแผ่นดินจากข้าศึก สู้รบอย่างกล้าหาญ ซึ่งแม้จะมีลักษณะดุดัน แต่ในยามสงบ กลับอ่อนโยน นุ่มนวลสอดคล้องกับนิสัยคนไทย เหมือนส่วนหนึ่งของเนื้อเพลงชาติ “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด”

สำหรับปัจจุบันมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเลี้ยงปลากัดกับกรมประมง จํานวน 1,500 ราย และมีผู้ที่เลี้ยงรายย่อย ที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลากัดไทยมากกว่า 100,000 ราย เนื่องจากปลากัดไทยสามารถสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับชุมชนได้ รวมทั้งมีการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขันเป็นกีฬา หรือนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน มอบเป็นของขวัญในวันพิเศษ รวมทั้งสามารถนําไปใช้ประกอบสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อสะท้อนความเป็นไทยได้

 

 

 


 

ข่าวการเมือง

 

6 ก.พ. 62 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. และ รมว.กห.  ได้กล่าวแสดงความขอบคุณความร่วมมือของทุกส่วนราชการและภาคประชาชน ที่สนับสนุนและมีส่วนร่วมกับรัฐบาล ในการแก้ปัญหาภาวะฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในช่วงสภาพอากาศปิดที่ผ่านมา โดยเฉพาะความร่วมมือกันในมาตรการระยะเร่งด่วน ที่ต่างตระหนักร่วมกันลดแหล่งกำเนิดมลพิษหลัก จากการลดใช้รถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ดีเซล การหยุดเผาในที่โล่งแจ้ง และการร่วมปรับปรุงโรงงาน เป็นต้น รวมทั้งการเรียนรู้และมีส่วนร่วมป้องกันตนเองในขณะที่รัฐบาลได้ประกาศพื้นที่ควบคุม โดยขอความร่วมมือลดกิจกรรมและคุมเข้มบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดกับแหล่งกำเนิดมลพิษหลักในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะ กทม. และ 5 จังหวัดปริมณฑล

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับกองทัพ ขอให้ยังคงติดตามและเฝ้าระวังมลภาวะจากสภาพอากาศโดยให้สนับสนุนกำลังพลและเครื่องมือในการชำระล้างถนนและต้นไม้สาธารณะ รวมทั้งการพ่นละอองน้ำระดับต่ำและการสนับสนุนทำฝนเทียมในพื้นที่ควบคุมต่อเนื่องกันไป เพื่อลดภาวะการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับต่ำที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ ขอให้เชื่อมั่นและร่วมติดตามรับข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก ไม่ตื่นตระหนก ร่วมเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนและรับผิดชอบต่อส่วนรวมไปด้วยกัน

 

 

 

 

นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พม. กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จับกุมแก๊งชาวจีนจำนวน 6 รายลักลอบเข้ามาขอทานในประเทศไทยว่า ทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับขอทานไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติเข้ามาในวิธีใดก็ตาม จะเป็นหน้าที่ของ พม. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 เพราะการขอทานถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากเป็นในส่วนของคนไทยถ้ามีการตรวจพบจะต้องโดนดำเนินการตามกฎหมาย โดยอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนในกรณีของต่างชาติหากตรวจพบ ลำดับแรกทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องตรวจสอบก่อนว่าการเข้ามาขอทานนั้นเป็นไปในลักษณะใด 

ทั้งนี้ หากเข้ามาในลักษณะเป็นขอทานโดยตรง หรือแสวงหาประโยชน์ทางการค้ามนุษย์ หรือถูกหลอกมา ถ้าพิสูจน์แล้วว่าเป็นการเข้ามาขอทานโดยตรงทาง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมผลักดันออกนอกประเทศต่อไป แต่ถ้าพิสูจน์แล้วพบเบื้องหลังของการค้ามนุษย์ หรือการเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการตามที่ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2560 อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวทาง พม. ก็ต้องรอการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าว

 


 

ข่าวเศรษฐกิจ

นายสแตนลีย์ คัง ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) เปิดเผยภายหลังการนำคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. ว่า ได้ขอบคุณ นรม. และแสดงความเชื่อมั่นที่จะลงทุนในไทย เพราะเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนจากต่างชาติ มีเสถียรภาพและศักยภาพ เห็นได้จากตัวชี้วัดในการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของไทย ที่จัดอันดับโดยธนาคารโลก ที่แม้ว่าอันดับของไทยจะตกลง แต่คะแนนรวมเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน นรม. ได้ขอบคุณ JFCCT ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ และส่งเสริมการค้า การลงทุนของต่างชาติในไทย โดย JFCCT มีสมาชิกถึง 9,000 บริษัท และไทยกำลังมุ่งไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ถือเป็นโอกาสดีของนักลงทุนที่จะลงทุนในหลายสาขา นอกจากนี้ JFCCT ยังได้จัดทำรายงานข้อเสนอแนะนโยบายด้านต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การลงทุนของต่างชาติ และการปฏิรูปในสาขาที่จะเอื้อประโยชน์แก่ภาคธุรกิจให้กับรัฐบาล โดยรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการลงทุน เพื่อดูแลนักลงทุนแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว และขจัดปัญหาการลงทุนทางด้านกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

 

 

 

 

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สศช. เปิดเผยถึงผลการพัฒนาประเทศในรอบ 5 ปี (พ.ศ. 2557 – 2561) ว่า ภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จากการขยายตัว 1% ในปี 57 เป็น 4.3% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 61 และคาดว่าทั้งปี 61 จะขยายตัว 4.2% สำหรับในปี 62 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวลดลงเหลือ 4% ตามแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์การออกจากสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) สงครามการค้า และดอกเบี้ยโลก 

อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงมีอัตราการขยายตัวสูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อันเนื่องมาจากองค์ประกอบหลักทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีการขยายตัวและกระจายตัวมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งมูลค่าการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน รวมทั้งผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยมีผู้ว่างงานคิดเป็นเพียง 1% ของกำลังแรงงานรวม ซึ่งเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก ตลอดจนสัดส่วนหนี้ภาครัฐทรงตัว
จากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแม้ว่ารัฐบาลจะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง 


 

ข่าวต่างประเทศ

 

 

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน. สหรัฐฯ ระบุในการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ในสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 62  ว่าเขาจะพบปะหารือกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศเวียดนามระหว่างวันที่ 27 – 28 ก.พ. 62  โดยแผนการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งที่สองได้ถูกร่างตั้งแต่ผู้นำทั้งสองได้ร่วมประชุมกันเมื่อปีที่แล้วที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือว่าเป็นการพบเจอกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำของสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ

เหตุผลที่เวียดนามถูกเลือกเป็นสถานที่พบปะนั้น เนื่องจากเวียดนามมีความสัมพันธ์อันดีทั้งกับสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จึงนับเป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการประชุมสุดยอดครั้งนี้ อย่างไรก็ตามในการประกาศดังกล่าว นายทรัมป์ก็ไม่ได้กล่าวว่าการหารือจะเกิดขึ้นที่เมืองใด ทางรอยเตอร์สรายงานว่าอาจจะเป็นที่ฮานอย ซึ่งเป็นเมืองหลวง หรือว่าที่เมืองดานัง

 

 

 

 

นายอันโตนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น กล่าวแสดงความกังวลถึงสถานการณ์ในเวเนซูเอลาว่า ยูเอ็นเล็งเห็นความสำคัญในการหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในเวเนซูเอลา เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใด และว่ายูเอ็นพร้อมเปิดการเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกในความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเวเนซูเอลา

นอกจากนี้นายกูเตเรส ยังมองว่าการแทรกแซงทางการทหารจากต่างชาติในละตินอเมริกานั้นเป็นวิธีที่ไม่ได้ผล หลังจากที่ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เคยกล่าวไว้ว่า การส่งกองทัพสหรัฐฯเข้าไปในเวเนซูเอลา ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าว

 


 

สภาพอากาศ

 

 

 

 

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก มีฝนบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ส่วนในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.