20 มีนาคม 2562

ข่าวในประเทศ

  • ผู้ช่วยโฆษก นร. (พ.อ. อธิสิทธิ์ ฯ) เปิดเผยว่า นรม. มีกำหนดการตรวจราชการ ในวันพุธที่ 20 มี.ค. 62 ดังนี้
    ช่วงเช้า ตรวจติดตามการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี พร้อมทั้งปลูกต้นรวงผึ้ง ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเดินทางต่อไปยังตึกอำนวยการโรงงานยาสูบ ฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าการสร้างสวนป่าเบญจกิติ ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ก่อสร้างภายในพื้นการยาสูบแห่งประเทศไทย  จากนั้น จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง
    ช่วงบ่าย เดินทางไป จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์และยางล้อในพื้นที่ร่วมหารือ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับ EEC พร้อมมอบนโยบายและเยี่ยมชมโครงการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีของจังหวัด
    ทั้งนี้ การพัฒนา EEC เป็นการกำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่องใน 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง และกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการลงทุน และการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจและการอำนวยความสะดวก ซึ่งในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีการพัฒนาทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายคมนาคม ทั้งรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการก่อสร้างทางคู่เส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย การพัฒนาสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าและประปา รวมทั้งยังมีอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (EV/AV) ได้รับการส่งเสริมในการรองรับ EEC

  • โฆษก นร. (นายณัฐพรฯ) เปิดเผยว่า ครม. อนุมัติงบกลางปี 61 จำนวน 37,900 ล้านบาท ให้กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวม 4 มาตรการ คือ การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าและน้ำประปา การสนับสนุนค่าใช้จ่ายปลายปี การช่วยเหลือค่าเดินทางสำหรับผู้สูงอายุ และการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งงบประมาณดังกล่าวเป็นงบประมาณที่ ครม. อนุมัติไว้ก่อนหน้า เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยไปจนถึงสิ้นสุด ก.ย.62 พร้อมกันนี้ยังมีการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มในส่วนกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือเข้าไปในมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าด้วย โดยปัจจุบันมีผู้ที่ใช้ 51,800 ราย นอกจากนี้ ครม. ยังขยายวงเงินสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จากเดิมที่ปล่อยให้รายย่อยกู้ได้รายละไม่เกิน 50,000 บาท ขยายเป็นไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมกับปรับลดเพดานดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมในส่วนที่ปล่อยกู้ตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท เหลือ 28% จากเดิมที่ปล่อยกู้ไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ย 36% ต่อปี คาดว่าจะช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยได้ 1.16 ล้านคน

  • นรม. เป็นประธานร่วมและกล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดีในพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย/ตองยิน แห่งที่ 2 ณ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี รองโฆษก นร. (พล.ท. วีรชน ฯ) แจ้งว่า นรม. รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานร่วมในพิธีฉลองความสำเร็จนี้ รวมทั้งได้พบปะเจรจากับนางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมกล่าวว่าความสำเร็จของการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งนี้เป็นผลจากการทำงานร่วมกัน และปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด เป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนถึงสายสัมพันธ์อันดียิ่งระหว่างไทย-เมียนมา และตอกย้ำการเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ” (Natural Strategic Partnership) จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อดำเนินพิธีการทางกฎหมายข้ามแดนระหว่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หน่วยงานราชการของไทยและเมียนมา จะประสานและปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งนี้ ไทยและเมียนมามีกรอบความร่วมมือต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งมีถึงห้ากรอบความร่วมมือ ได้แก่ กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง กรอบความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล และกรอบความร่วมมือทวิภาคีไทย-เมียนมา โอกาสนี้ นรม. ยืนยันว่าแนวทางการดำเนินงานความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเมียนมาจะยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จริงใจ ใกล้ชิด และมั่นคงตลอดไป อนึ่งในระหว่างพิธีฉลองฯ นรม. พบปะเจรจากับที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา โดยทั้งสองฝ่ายยินดีที่ได้สานต่อความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติระหว่างไทยและเมียนมา การสร้างสะพานนี้เป็นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน และจะช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์ในทุกมิติ นรม. ขอความร่วมมือจากเมียนมาในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควันข้ามแดน ซึ่งที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาเห็นว่าปัญหานี้เป็นเรื่องสำคัญและจะสั่งการให้กระทรวงสิ่งแวดล้อมเมียนมาดำเนินการต่อไป โอกาสนี้ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาพร้อมสนับสนุนและให้กำลังใจไทยในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนปีนี้ด้วย

ข่าวการเมือง

  • รมว.มท. (พล.อ. อนุพงษ์ ฯ) กล่าวถึงความพร้อมในการสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. นี้ว่า ในภาพรวมเรียบร้อยดี ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา อาจมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่ภาพรวมถือว่าเรียบร้อยดี สำหรับการซื้อเสียงที่พรรคการเมืองออกมาระบุนั้น ตนไม่ได้รับรายงาน และเป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทำงานไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจาก กกต. ผู้สื่อข่าวถามถึงการเก็บหีบเลือกตั้งไว้ที่ห้องของปลัดอำเภอใน จ.เลย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่าไม่ทราบ ถ้าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ แต่มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีอะไร ทุกคนทำไปตามกฎหมาย คงไม่มีเจตนาทุจริต อย่าเป็นโรควิตกจริตมาก เรากำชับนายอำเภอไม่ได้ เพราะเขาทำตามที่ กกต. ในพื้นที่เป็นผู้กำหนดว่าจะต้องทำอย่างไร

ข่าวเศรษฐกิจ

  • รมช.กษ. (นายลักษณ์ฯ) เปิดเผยว่า ครม. อนุมัติงบประมาณ 2,922 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพเกษตรกร ตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 61/62 รายละ 600 บาท ไม่เกิน 15 ไร่/ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 4.87 ล้านไร่ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์โครงการฯ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 61/62 โฆษก นร. (นายณัฐพรฯ) กล่าวว่า ครม. อนุมัติงบช่วยเหลือตามโครงการฯ ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ได้แก่ ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี ลพบุรี อยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี ที่ปลูกพืชใช้น้ำน้อยระหว่าง 1 พ.ย. 61-31 พื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่งและภาคใต้ ทำการเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยระหว่าง 1 พ.ย. 61-31 มี.ค. 62 และพื้นที่ภาคใต้ ทำการเพาะปลูก 1 มี.ค.-15 มิ.ย. 62 โดยต้องลงทะเบียนภายในกำหนด. ทั้งนี้ กษ. ได้กำหนดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังและพืชฤดูแล้งที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน โดยได้กำหนดแผนการเพาะปลูกที่เป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้ จำนวน 16.08 ล้านไร่ แยกเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง จำนวน 11.21 ล้านไร่ และพืชไร่ พืชผัก จำนวน 4.87 ล้านไร่ ซึ่งพื้นที่ปลูกพืชหลังฤดูกาลทำนาดังกล่าว เกษตรกรต้องมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้ำที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าสูบน้ำ ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องสูบน้ำ และการบริหารจัดการศัตรูพืชสูงกว่าฤดูกาลปกติ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเยียวยาความเดือดร้อนดังกล่าว ที่จะส่งผลให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรมีความมั่นคงเข้มแข็งในการประกอบอาชีพต่อไป

  • นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (20 มี.ค.) ที่ระดับ 31.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงสิ้นวันทำการก่อน ในคืนที่ผ่านมา (19 มี.ค.) ดัชนี S&P500 ของอเมริกาย่อตัวลง 0.01% หลังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ สวนทางกับฝั่งยุโรป ที่เปิดรับความเสี่ยง (Risk On) จากอัตราการว่างงานอังกฤษที่รายงานต่ำที่สุดในรอบ 44ปี และดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจยูโรโซนที่ปรับตัวดีขึ้นกว่าคาด ดัชนี FTSE100 ของอังกฤษ และดัชนี STOXX50 ของยุโรปปรับตัวขึ้นถึง 0.34% และ 0.62% ตามลำดับ ส่วนของตลาดค่าเงิน สกุลเงินส่วนใหญ่มีการเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดต่างรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) มีเพียงเงินปอนด์ที่ผันผวนและอ่อนค่าลง 0.3% เพราะผู้นำในสหภาพยุโรปแสดงความไม่พอใจที่จะให้อังกฤษเลื่อนกำหนดการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) ส่งผลให้สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มมีความไม่แน่นอนอีกครั้ง เชื่อว่านักลงทุนทั่วโลกจะชะลอการซื้อขายก่อนการประชุมเฟด แม้มองว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 2.25%-2.50% แต่เชื่อว่า มุมมองของเฟดต่อทิศทางเศรษฐกิจ มาตรการลดงบดุล และการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต จะเป็นสิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญในครั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้ (20 มี.ค.) คาดว่า กนง. จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 2 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% เนื่องจากในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งเข้ามาเป็นองค์ประกอบ ทำให้ กนง. จึงจะรอดูสถานการณ์ไปก่อน แต่เชื่อว่า กนง. จะมีการปรับคาดการณ์การขยายตัวของจีดีพีและเงินเฟ้อลงเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจโลกและจีนที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ธปท.เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยสามารถทรงตัวได้ และมีความพร้อมเพียงพอที่จะรับการขึ้นดอกเบี้ยต่อในอนาคต

ข่าวต่างประเทศ

  • ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจของ Economist Intelligence Unit พบว่าเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก โดยเปรียบเทียบจากราคาของสิ่งของทั่วไปใน 133 เมืองทั่วโลก ปารีสเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดตั้งแต่ปี 2003 เช่น ราคาค่าตัดผมเฉลี่ยอยู่ที่ 119.04 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 3,771.39 บาท ขณะที่เมืองซูริคอยู่ที่ 73.97 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 2,343.49 บาท และเมืองโอซากาของประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ 53.46 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,693.70 บาท ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า เมืองในทวีปยุโรปมีแนวโน้มที่ค่าครองชีพจะสูงขึ้น โดยประเทศที่ค่าครองชีพแพงที่สุดคือ สิงคโปร์ ปารีส และ ฮ่องกง ครองอันดับ 1 ร่วมกัน ส่วนซูริค ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับ 4 เจนีวาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับ 5 ร่วมกับโอซากาของประเทศญี่ปุ่น อันดับ 7 ร่วม 3 เมือง คือ โซลของประเทศเกาหลีใต้ โคเปนเฮเกนของประเทศเดนมาร์ก นิวยอร์กของประเทศสหรัฐอเมริกา และอันดับ 10 คือ เทลอาวีฟของประเทศอิสราเอล ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 41 ขณะที่คาราคัสของเวเนซูเอลา ค่าครองชีพถูกเป็นอันดับหนึ่ง อันดับ 2 คือ ดามัสกัสของประเทศซีเรีย อันดับ3 ทาชเคนท์ของประเทศอุซเบกิสถาน อันดับ 4 อัลมาทีของประเทศคาซัคสถาน อันดับ 5 บังกาลอร์ของประเทศอินเดีย อันดับ 6 ร่วม การาจีของประเทศปากีสถาน และลากอสของประเทศไนจีเรีย อันดับ 7 ร่วม บูเอโนส แอเรสของประเทศอาร์เจนติน่า และเชนไนของประเทศอินเดีย อันดับ 8 กรุงนิวเดลีของประเทศอินเดีย

  • รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศให้มีการทบทวนการได้มาซึ่งใบอนุญาตการบินของเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ คำสั่งทบทวนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเครื่องบินรุ่นนี้ประสบอุบัติเหตุตก 2 ลำภายในเวลา 5 เดือน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีความคล้ายคลึงกันอย่างชัดเจนระหว่างโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ครั้ง นางอีเลน เชา รัฐมนตรีคมนาคมสหรัฐฯ ได้ขอให้ผู้ตรวจราชการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งใบอนุญาตการบินของเครื่องบินโบว์อิ้ง 737 แม็กซ์ ทั้งนี้ คำสั่งให้มีการตรวจสอบดังกล่าวมีขึ้นเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของสำนักงานบริหารการบินสหรัฐ (เอฟเอเอ) ในการรับประกันว่ามาตรฐานทางด้านความปลอดภัยถูกนำมาบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเอสเอเอในการดูแลการผลิตเครื่องบินโบว์อิ้ง ขณะที่ยุโรปและแคนาดาระบุว่า จะหาทางรับประกันความปลอดภัยของเครื่องบินรุ่นนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งท่าทีดังกล่าวจะส่งผลให้การนำเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ ขึ้นบินอีกครั้งทั่วโลกต้องประสบกับความยากลำบากมากขึ้น

สภาพอากาศ

  • ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง