ข่าวในประเทศ
วันที่ 1 พ.ค.2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จออก ณ ห้อง ว.ป.ร. พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ในการสถาปนาสมเด็จพระราชินี ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนา พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา เป็นสมเด็จพระราชินี ความตอนหนึ่งว่า ประกาศสถาปนาสมเด็จพระราชินี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับ พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ถูกต้องตามกฎหมาย และราชประเพณีโดยสมบูรณ์ทุกประการแล้ว จึงมีพระราชโองการให้สถาปนา พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา พระอัครมเหสี เป็น สมเด็จพระราชินีสุทิดา ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน
พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ใบมะตูม และทรงเจิมสมเด็จพระราชินี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เหรียญรัตนา
ภรณ์รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 และพระราชโองการสถาปนาแก่สมเด็จพระราชินีสุทิดา
จากนั้น นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตดุสิต เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสมุดจดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ในสมุดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธย ในฐานะทรงเป็นสักขีพยาน และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ลงนามในสมุดจดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ในฐานะสักขีพยาน ต่อจากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทูลเกล้าฯ ถวายทะเบียนราชาภิเษกสมรสแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พ.ร.บ.สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย โดยมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ทั้งนี้ เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การดำเนินงานของสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง จึงจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลโดยหน่วยงานของรัฐในบางกรณี เพื่อประโยชน์ในความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว
วันที่ 1 พ.ค. 62 ที่ห้องประชุมธารสิทธิ์พงษ์ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) นายกฤชเทพ สิมลี อธิบดี ทช. และนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการบูรณาการข้อมูลการปฏิบัติราชการระยะเวลา 5 ปี เพื่อให้การปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงานมีความสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยมีสาระสำคัญ คือ กรมโยธาธิการและผังเมืองจะสนับสนุนและให้บริการแผนที่ แผนผัง และ/หรือข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ของแนวถนนโครงการตามกฎกระทรวงผังเมืองรวมเมือง/ชุมชน ในพื้นที่ที่ดำเนินการ ขณะที่ ทช.จะสนับสนุน และให้บริการแผนที่/ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ
นายมณฑล กล่าวว่า นอกจากความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ยังได้หารือกับ ทช. ในการเข้าร่วมโครงการจัดรูปที่ดิน ตาม พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ของกรมโยธาธิการฯ ที่ปัจจุบันดำเนินการเป็นตัวอย่างจังหวัดละ 1 โครงการ เสร็จแล้ว 45 จังหวัด โดยการจัดรูปที่ดินนั้นจะมีการก่อสร้างถนนตามแนวผังเมือง ซึ่งระบุว่าเจ้าของที่ดินที่อยู่บริเวณเส้นทางที่จะมีการก่อสร้างถนน จะต้องอุทิศที่ดิน 20-30% เพื่อก่อสร้างโดยไม่มีการเวนคืน สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมได้ ซึ่งพื้นที่อาจจะน้อยลง แต่มูลค่าที่ดินจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7-10 เท่า เช่น โครงการในจ.จันทบุรี จากเดิมราคาที่ดิน ตรว.ละ 1 หมื่นบาท ได้เพิ่มเป็น ตรว.ละ 1 แสนบาททันที ดังนั้นหากนำโครงการจัดรูปที่ดินมาสนับสนุนการดำเนินงานของ ทช. จะทำให้ ทช. สามารถก่อสร้างถนนได้เร็วขึ้นโดยรัฐไม่ต้องเสียงบประมาณค่าเวนคืนที่ดิน และประชาชนก็ไม่ต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น ถือว่าได้ประโยชน์ทุกฝ่าย
ข่าวการเมือง
วันที่ 1 พ.ค. 62 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. ปราศรัยเนื่องใน วันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2562 โดยกล่าวว่า ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่าน และเน้นย้ำว่ารัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของแรงงาน และมีเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มอาชีพ ทั้งในประเทศและอยู่ต่างประเทศอย่างเท่าเทียม รวมทั้งกลไกการดำเนินงานในรูปแบบประชารัฐ เพื่อสร้างโอกาสอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่แรงงานในตลาดแรงงาน และแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพแรงงาน โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้แรงงานมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้และได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในสาขาต่าง ๆ เพื่อรองรับตลาดแรงงานทั่วโลก และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานให้ดียิ่งขึ้น
วันที่ 1 พ.ค. 62 นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัด นร. พร้อมนายสุรพล ชามาตย์ รองปลัด อก. ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย ณ บริเวณหน้าสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ดีที่สุด รวมทั้งการติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำเพื่อระบายความร้อน และการจัดสรรพื้นที่ให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มชาติพันธุ์ และดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่จัดอาหารพระราชทาน ณ บริเวณสวนสราญรมย์ และถนนเจริญกรุง ซึ่งจะจัดเป็น สตรีทฟู้ด ให้แก่ประชาชน ขณะที่ กทม. ได้เตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ไว้บริการ ในสวนสราญรมย์และในจุดต่างๆ ตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียง เช่น วัดโพธิ์ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนได้พักรอ และรับประทานอาหารก่อนเข้าสู่พื้นที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในการเสด็จออกสีหบัญชรซึ่งเป็นพิธีครั้งประวัติศาสตร์
ทั้งนี้ สปน. ได้จัดทำเข็มกลัดที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิมพ์ข้อความ “เสด็จออกสีหบัญชร 6 พ.ค. 2562″ จำนวน 100,000 เข็ม การประปานครหลวงจัดทำกระบอกน้ำพลาสติกชนิดพกพาประดับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 300,000 ใบ เพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่ไปร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ จุดคัดกรองที่ตั้งไว้ 6 จุด ในบริเวณต่างๆ คือ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า พระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่าช้าง สะพานช้างโรงสี สะพานมอญ และสะพานเจริญรัช
ข่าวเศรษฐกิจ
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าราคาน้ำมันแพงส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของประชาชน ทำให้ประชาชนในภาคใต้ไปซื้อน้ำมันเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีราคาถูกกว่าของไทยเพราะโครงสร้างภาษีแตกต่างกัน พร้อมยืนยันว่าน้ำมันประเทศไทยมีคุณภาพดีกว่า และมีหน่วยงานหลักกำกับดูแลเรื่องนี้ โดย ผอ.สนพ. ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าเส้นทางน้ำมันเถื่อนในภาคใต้จะอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา โดยมี 2 ช่องทางหลัก คือ ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ ส่วนใหญ่จะลักลอบขนเข้ามาด้วยด้วยรถกระบะดัดแปลง หรือการเติมให้เต็มถังขับผ่านด่านชายแดน และขนถ่ายน้ำมันออก โดยมีเหตุจูงใจมาจากเรื่องราคาเป็นหลัก ซึ่งราคาน้ำมันในประเทศมาเลเซีย น้ำมันดีเซลราคาประมาณ 16.89 บาท/ลิตร และน้ำมันเบนซิน (ออกเทน 95) ราคาประมาณ 16.12 บาท/ลิตร เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียมีการชดเชยราคาน้ำมัน จึงทำให้ความแตกต่างกับประเทศไทย ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 12 บาท/ลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันเบนซินประมาณ 5-20 บาท/ลิตร ตามชนิดของน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบที่คุณภาพน้ำมันแล้ว น้ำมันในประเทศไทยมีคุณภาพดีกว่าประเทศมาเลเซียทั้งดีเซลและเบนซิน (รวมถึงแก๊สโซฮอล์) การที่ราคาน้ำมันในประเทศมีราคาที่สูงกว่า เนื่องจากการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทยจะมีการเก็บภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทดีเซลมีอัตราอยู่ที่ 5.98 บาท/ลิตร และน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซิน มีอัตราอยู่ที่ 6.50 บาท/ลิตร เป็นต้น ทั้งนี้ จากความแตกต่างของราคาน้ำมันดังกล่าว จึงเป็นเหตุจูงใจสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้กระทำผิดอย่างคุ้มค่า ภาครัฐจึงต้องดำเนินการควบคุมดูแลและสามารถดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดแก่ผู้ที่ลักลอบขนน้ำมันเถื่อน โดยมีกรมสรรพสามิตเป็นหน่วยงานหลัก ในการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรอง นรม. ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบแนวทางการจัดการงบประมาณรายจ่ายปี 2563 โดยให้ยกเว้นมติ ครม. เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 61 ที่กำหนดปฏิทินงบประมาณให้สำนักงบประมาณจะต้องจัดทำรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 เพื่อเสนอต่อ ครม. ภายในวันที่ 30 เม.ย. 62 โดยให้เลื่อนกำหนดการนำเสนอออกไปก่อนเพื่อรอ ครม. จากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาพิจารณาและอนุมัติ เพื่อให้การจัดทำงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกฎหมาย สำหรับวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 อยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% ส่วนงบประมาณรายจ่าย อยู่ที่ 2.35 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% ขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท
ข่าวต่างประเทศ
กต. ระบุว่า ในโอกาสการเปลี่ยนรัชสมัยและการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม. ได้มีสารแสดงความยินดีถึง นายชินโสะ อาเบะ นรม.ประเทศญี่ปุ่น โดยมีใจความสำคัญว่า ขอแสดงความยินดีต่อ พระจักรพรรดิองค์ใหม่และปวงประชาชนชาวญี่ปุ่นในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทย โดยสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้นของยุคจักรวรรดิใหม่ ภายใต้ชื่อ “เรวะ” (Reiwa)
พร้อมทั้งใช้โอกาสดังกล่าวเน้นย้ำความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนาน 132 ปี ยกย่องความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน ให้มีแต่ ความสันติ ความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรือง ในรัชกาลพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และส่งต่อความสุขเหล่านี้ไปยังประชาชนชาวญี่ปุ่นในช่วงรัชสมัยใหม่ “เรวะ”
บีบีซี รายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศเตรียมย้ายเมืองหลวงแห่งใหม่ หลังจากที่กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงปัจจุบัน ที่มีประชากรกว่า 10 ล้านคน กำลังเผชิญกับปัญหาพื้นที่ทรุดตัวรวดเร็วที่สุดเมืองหนึ่งในโลก แม้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อเมืองหลวงแห่งใหม่ แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า นครปาลังการายา ตอนกลางของเกาะบอร์เนียว จะได้รับเลือกให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ โดยแผนการย้ายเมืองหลวงอินโดนีเซียแห่งใหม่เกิดขึ้นหลังจากที่ นายโจโก วิโดโด้ ปธน. ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะประกาศในวันที่ 22 พ.ค. 62
แนวความคิดการย้ายเมืองหลวงอินโดนีเซียมีขึ้นเนื่องจากรุงจาการ์ตามีการจราจรหนาแน่นที่สุดในโลก บรรดา รมต.จำเป็นต้องมีรถตำรวจติดตามเพื่อที่จะเดินทางเข้าประชุม ครม. ตรงเวลา ทั้งยังมีรายงานว่า การจราจรติดขัดมีค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจสูงถึง 100 ล้านรูเปียห์ (217,205 ล้านบาท) ขณะที่นักวิจัยระบุว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงจาการ์ตาอาจจมใต้น้ำทั้งหมดในปี 2593 โดยที่เขตบริหารจาการ์ตาเหนือ ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งบนพื้นที่แอ่งน้ำที่มีแม่น้ำ 13 สายตัดผ่าน จะยุบตัวลงไป 2.5 เซนติเมตร ใน 10 ปีข้างหน้านี้ และจะยุบตัวลงต่อเนื่องโดยเฉลี่ยปีละ 1-15 เซนติเมตร
สภาพอากาศ
ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงฟ้าผ่า ส่วนภาคใต้มีฝนลดลงแต่ยังคงฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนในเขต กทม. และปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.









