6 มิถุนายน 2562

ข่าวในประเทศ

 

  • ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเห็นชอบ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ด้วยคะแนน 500 เสียง ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62 ได้มีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจาณาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี  โดยนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้เสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งต่อมา นายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาได้เปิดโอกาสสมาชิกรัฐสภาอภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ หลังจากมีการอภิปรายนานกว่า 10 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 22.00 น. ประธานสภาฯ จึงสั่งปิดการอภิปราย พร้อมกับให้มีการลงมติเห็นชอบผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยที่ประชุมใช้วิธีการอ่านชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงลำดับตามตัวอักษร แล้วให้ขานชื่อผู้ที่จะเลือกให้เป็นนายกฯ นอกจากนี้ที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการนับคะแนนจำนวน 6 คน จากพรรคต่างๆ  ผลการลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้คะแนนเห็นชอบ 500 เสียง และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้คะแนนเห็นชอบ 244 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

 

 


ข่าวการเมือง

  • นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวโดยขอประกาศลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งการลาออกจาก ส.ส. ของนายอภิสิทธิ์ จะทำให้ต้องเลื่อนลำดับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาแทนที่นายอภิสิทธิ์ ซึ่งลำดับที่ถัดจาก จิตภัสร์ กฤดากร ที่เพ่ิงได้ตำแหน่ง ส.ส.ไป ก็คือ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ผู้สมัครในลำดับที่ 21 จะได้เข้ามาเป็น ส.ส. แทน

 


ข่าวเศรษฐกิจ

  • นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย (กกร.) ว่า กกร. เตรียมทบทวนและประเมินภาพเศรษฐกิจอีกครั้งก่อนประกาศตัวเลขประมาณการใหม่ในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 2 ก.ค. เนื่องจากประเมินว่าการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปีมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการค้าโลกมากขึ้นจนไม่สามารถขยายตัวเป็นบวกได้ในปีนี้ นอกจากนี้  กกร. ได้จัดเตรียมข้อเสนอของภาคเอกชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่ทราบถึงประเด็นปัญหาและข้อเสนอต่างๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มปฎิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การสร้างความเข้มแข็งของภาคเอกชน การพัฒนาทรัพยากรบุคคล เป็นต้น และเมื่อรัฐบาลใหม่ตั้งเสร็จและเข้ามาบริหารประเทศต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการทางภาษีจูงใจให้ประชาชนใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและให้ผลโดยรวมต่อเศรษฐกิจประเทศ รวมถึงต้องการความต่อเนื่องของหลายโครงการที่รัฐบาลปัจจุบันดำเนินการทั้งโครงสร้างพื้นฐาน โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การช่วยเหลือสนับสนุนและพัฒนาเอสเอ็มอี เป็นต้น

  • เมื่อวานนี้ (5 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะการซื้อขายใน ตลท. ปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,648.46 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.77 จุด หรือเปลี่ยนแปลง +0.66% และมีมูลค่าการซื้่อขายทั้งสิ้น 54,214.32 ล้านบาท โดยนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามทิศทางของตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวกและตลาดในยุโรปก็ปรับตัวขึ้น เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่เคลื่อนไหวในแดนบวก โดยตลาดหุ้นไทยได้แรงสนับสนุนจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ทำให้ตลาดฯ ผ่อนคลายมากขึ้น ประกอบกับการเมืองในประเทศใกล้ชัดเจนมากขึ้น

 


ข่าวต่างประเทศ

  • ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เดินทางถึงกรุงมอสโก ตามแผนเยือนประเทศรัสเซียอย่างเป็นทางการ 3 วัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พร้อมลงนามข้อตกลงความร่วมมือยุคใหม่ร่วมกัน ในช่วงที่จีนกำลังประกาศสงครามการค้ากับสหรัฐ โดยประธานาธิบดีสีและประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียหารือกันที่ทำเนียบเครมลิน  ก่อนจะเข้าร่วมประชุมเศรษฐกิจที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก การมาเยือนรัสเซียของผู้นำจีนครั้งนี้ สร้างความหวังให้แก่บรรดานักลงทุนชาวรัสเซีย ที่ต้องการให้สองประเทศบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนแรงงานและเทคโนโลยี
    เปิดโอกาสและช่วยสร้างงานให้กับชาวรัสเซียและจีน ทั้งยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และด้านพลังงานระหว่างกันมากขึ้นด้วย

  • บริษัทโนมูระ โฮลดิ้งส์ ผู้ให้บริการด้านการเงินและสินทรัพย์ของญี่ปุ่น เผยผลการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่า เวียดนาม ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการเบี่ยงเบนทิศทางการค้าสำหรับสินค้าที่ถูกเก็บภาษีนำเข้าในสงครามการค้าสหรัฐ-จีน คิดเป็นสัดส่วน 7.9%  ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในรอบปีนับถึงไตรมาสแรกของปี 2562 เนื่องจากผู้นำเข้าเปลี่ยนมาสั่งซื้อสินค้าจากเวียดนามแทนจีนเพื่อเลี่ยงอัตราภาษีที่สูงขึ้น นอกจากเวียดนามแล้ว ไต้หวันยังเป็นเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมากที่สุดอันดับ 2 ด้วยสัดส่วน 2.1% ต่อจีดีพี ตามมาด้วยชิลี 1.5% มาเลเซีย 1.3% และอาร์เจนตินา 1.2%

สภาพอากาศ

  • ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย