12 มิถุนายน 2562

ข่าวในประเทศ

  • พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ให้ประกาศว่า โดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกท้ังหมดเ่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
    จึงแต่งตั้งให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
    ประกาศ ณ วันท่ี 9 มิ.ย. 62 เป็นปีท่ี 4 ในรัชกาลปัจจุบัน
    ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

  • พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวในพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นรม. สมัยที่ 2 ความว่า

    “ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นเกียรติยศและเป็นสิริมงคลอย่างสูงสุดแก่ชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้
    ผมและครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นล้นพ้น และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ทั้งจักปฏิบัติงานสนองพระรา ชปณิธานตาม พระปฐมบรมราชโองการ
    ผมขอยืนยันว่าจะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ จะเพียรพยายาม มุ่งมั่นทำงาน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกสาขาอาชีพทุกช่วงวัย ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศในทุกด้าน
    ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ด้วยการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเงินการคลัง และเอกชนมีส่วนร่วม
    ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี สร้างสรรค์สังคมให้มีความรักความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ เกื้อกูลกันในทุกโอกาสเพื่อความกินดีอยู่ดี และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน พร้อมจะปกป้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งสถาบันชาติ ศาสนา ตลอดจนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย
    ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่ทำหน้าที่ที่ผ่านมาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ ขอขอบคุณพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนและให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ทุกท่านตั้งใจไว้
    ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานทุกภาคส่วน ตลอดจนภาคประชาสังคม ธุรกิจเอกชน ที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดินตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเป็นพลังที่คอยเกื้อหนุน และร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาล เพื่อนำพาประเทศไทยของเราให้มีความสงบร่มเย็น มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนตลอดไป ขอบคุณครับ”

  • รมว.มท. (พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา) กล่าวถึงกรณีที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ กทม. และเกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายจุด เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า อยากให้ประชาชนทราบและเข้าใจก่อนว่า โดยพื้นฐานของ กทม. จะใช้ระบบระบายน้ำทั้งหมด ทั้งการสูบน้ำออกและใช้อุโมงค์ระบายน้ำซึ่งมีจุดวิกฤต 14 จุด และจุดเสี่ยงรองลงมา 56 จุด ซึ่งหากเกิดฝนตกหนักเต็มพื้นที่ ก็ต้องยอมรับว่าอาจได้รับผลกระทบและระบายน้ำไม่ทันบ้าง อีกทั้งการรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา (ประจำวันที่ 11 มิ.ย. 62) ยังมีการคาดการณ์ว่า ในเขต กทม. และปริมณฑลมีโอกาสที่ฝนจะตกหนักถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่ จึงได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบไว้แล้ว ทั้งการวางแผนการระบายน้ำและการจราจร โดยร่วมกับตำรวจจราจร ทหาร และจิตอาสา ช่วยอำนวยความสะดวกเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ดับ เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร โดยเชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายร่วมมือกันก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ รวมถึงหากเกิดฝนตกหนักเต็มพื้นที่ ก็จะมีการประเมินสถานการณ์หลังเวลา 03.00 น. เพื่อประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนว่าจะสามารถใช้เส้นทางใดได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการจราจร รวมถึงได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องด้วย นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ประชาชนในเรื่องของระบบไฟฟ้า ได้มอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวงดูแล โดยต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองในพื้นที่อุโมงค์รับน้ำและสถานีสูบน้ำต่างๆ เพื่อป้องกันกรณีเกิดไฟฟ้าดับ พร้อมทั้งจัดรถพร้อมอุปกรณ์แก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องประจำอุโมงค์ระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำที่สำคัญต่อการระบายน้ำเมื่อเกิดการท่วมขังอีกด้วย

ข่าวการเมือง

  • ทำเนียบรัฐบาลเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองที่ประกาศเข้าร่วมรัฐบาลหรือผู้แทนพรรคจำนวน 19 คนมาที่ตึกภักดีบดินทร์เพื่อร่วมในพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น นรม. สมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ แต่ ดำรง พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ไม่ได้เดินทางมาเพราะไม่สบาย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ส่ง เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาแทน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ที่ติดประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค นอกจากนี้ยังมี
    -อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
    -อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
    -วราวุธ ศิลปอาชา ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา
    -หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย
    -เทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา
    -ชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท
    -พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย
    -สมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์
    -คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย
    -มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์
    -ปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน
    -พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ หัวหน้าพรรคประชานิยม
    -พิเชษฐ สถิรชัชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย
    -ไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป
    -สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย
    -สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่
    -นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่

  • นรม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ถึงกรณีคำสั่ง คสช. ไม่เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งอาจส่งผลให้การแต่งตั้ง ส.ว. เป็นโมฆะว่า เรื่องดังกล่าว  รอง นรม. (นายวิษณุฯ) ได้ชี้แจงแล้ว ส่วนรายชื่อสำรอง ส.ว. อีก 50 คนได้ส่งไปที่ประธานวุฒิสภาแล้ว ซึ่งจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความชัดเจนในการยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. และประกาศ คสช. ตามมาตรา 44 ที่ไม่จำเป็นว่า คำสั่งมาตรา 44 ตนก็ไม่ได้อยากจะมีเอาไว้ เรื่องใดที่ไม่จำเป็นก็ดำเนินการยกเลิก กำลังเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนที่กังวลว่าหากไม่ยกเลิก อำนาจ คสช. บางส่วนยังคงอยู่นั้น ตรงนี้ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจะแล้วเสร็จก่อนมีรัฐบาลใหม่ และรัฐบาลใหม่จะมีผลต่อเมื่อมีการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วเท่านั้น ช่วงนี้รัฐบาลนี้ยังมีอำนาจในการทำหน้าที่อยู่

ข่าวเศรษฐกิจ

  • ครม. มีมติ (11 มิ.ย. 62) เห็นชอบตามที่ กค. เสนอให้การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดวงเงินกู้ระยะสั้น จำนวน 1,500 ล้านบาท ในรูป Credit Line โดยวิธีเบิกเกินบัญชี (Bank Overdraft : OD) และตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N) กับธนาคารที่มีเงื่อนไขเหมาะสมที่สุด เพื่อสำรองไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการเสริมสภาพคล่องในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยวงเงินกู้ดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบแผนสำหรับการก่อหนี้ของ ยสท. วงเงิน 3,000 ล้านบาท ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 62 สำหรับเงินกู้ที่ได้รับจากอนุมัติ จาก ครม. เพื่อบริหารความเสี่ยงและเสริมสภาพคล่อง เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในองค์กร เช่น ค่าแสตมป์ยาสูบและภาระภาษีต่าง ๆ ค่าซื้อใบยาและวัตถุดิบในการผลิตบุหรี่ รวมถึงเงินลงทุนตามแผนงานในโครงการโรงงานผลิตยาสูบโรจนะ การดำเนินการขออนุมัติเงินกู้ดังกล่าว เพราะรายได้จากการจำหน่ายยาสูบของปีงบประมาณ 62 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่จำนวน 18,817 ล้านมวน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตภายหลังที่ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 60 ยสท. ได้ปรับราคาบุหรี่ขึ้นตามกฎหมายใหม่ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายบุหรี่ของ ยสท. ลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายในการรับซื้อใบยาสูบสูงกว่าที่ประมาณการไว้จำนวน 1,189 ล้านบาท เนื่องจาก ยสท. อาจมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือเกษตรกรโดยรับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบในส่วนที่เกินกว่าความต้องการจริงในการผลิตหรือเกินกว่าโควตาที่เคยได้ให้ไว้

  • ที่ปรึกษา รมต.นร. (นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์) เปิดเผยภายหลังประชุม ครม. (11 มิ.ย. 62) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ อก. ออกมาตรการเพื่อลดการเผาอ้อย ตั้งเป้าให้เป็นศูนย์ภายในปี 65 ผ่าน 3 มาตรการสำคัญคือ มาตรการทางกฎหมายที่จะมีการออกระเบียบกำหนดปริมาณการรับซื้ออ้อยไฟไหม้เข้าหีบของโรงงานน้ำตาล โดยในฤดูกาลผลิตปี 62/63 จะรับไม่เกินร้อยละ 30 ต่อวัน และจะลดลงไปเรื่อยๆ จนเป็นการไม่รับอ้อยไฟไหม้เข้าโรงน้ำตาลเลยในปี 65 มาตรการสนับสนุนสินเชื่อ การปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร วงเงิน 6,000 ล้านบาท โดยแหล่งที่มาของเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งจะเปิดให้กู้ทั้งแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล หรือการรวมกลุ่มเกษตรไม่เกิน 29 ล้านบาทต่อราย โดยหากผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดาจะคิดอัตราดอกเบี้ย MRR – 5 หรือผู้กู้จ่ายจริงในอัตราร้อยละ 2 โดยส่วนอัตราดอกเบี้ยที่เหลือรัฐบาลและ ธ.ก.ส. จะช่วยสนับสนุน ส่วนกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR – 3 ซึ่ง ธ.ก.ส. จะขอรับเงินสนับสนุนงบชดเชยดอกเบี้ยตลอดโคงการรวม 599.43 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ครม. ยังเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักการของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุต ระยะ 3 ช่วงที่ 1 หลังจากที่มีการเจรจาคัดเลือกผู้เสนอปรับปรุงแล้ว ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินร่วมลงทุนของรัฐ หักค่าสิทธิการร่วมลงทุนจากเอกชนสุทธิเหลือ 710 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 30 ปี และยังมีการเปลี่ยนแปลงผลตอบแทนทางการเงินขั้นต่ำ ของการนิคมอุตสาหกรรมฯ จากการร่วมลงทุนของเอกชนช่วงที่ 1 และ 2 รวมเท่ากับมูคค่าปัจจุบันสุทธิประมาณ 7,621 ล้านบาท หรือเทียบอัตราคิดลดร้อยละ 6.48 นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่ออายุมาตรการทางภาษี สำหรับผู้ที่บริจาคเงินสนับสนุนการกีฬา โดยสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคแต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ โดยขยายระยะเวลาไปจนถึงสิ้นปี 62

ข่าวต่างประเทศ

  • ชาวเฮติจำนวนมากรวมตัวกันประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีโจเวเนล โมอีส ที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา หลังผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดเผยว่า เขามีส่วนพัวพันกับคดีทุจริตคอร์รัปชัน ‘เปโตรการิเบ (Petrocaribe)’ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนด้านพลังงานของเวเนซุเอลา ที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลเรื่องการจัดสร้างถนนในเฮติ โดยรัฐบาลได้ทำสัญญากับ Agritrans และ Betexs ที่ต่อมาสืบทราบว่า ทั้งสองบริษัทมีหมายเลขผู้เสียภาษี และมีเจ้าของเป็นคนเดียวกัน นอกจากนี้ ก่อนที่โมอีสจะก้าวขึ้นสู่อำนาจ เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ Agritrans มาก่อน โดย Agritrans ได้รับงบประมาณในการจัดสร้างโครงสร้างขั้นพื้นฐานกว่า 700,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 22 ล้านบาท) แต่รัฐบาลกลับนำเม็ดเงินดังกล่าวไปปลูกกล้วย ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศเฮติ โดยการประท้วงในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มฝ่ายค้านที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งให้แก่โมอีสเมื่อ 2 ปีก่อน สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 5 ราย จากเหตุปะทะกันในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวง

Russell Vought

  • นายรัสส์ วอต์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงบประมาณทำเนียบขาว (โอเอ็มบี) ส่งหนังสือถึงรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซซ์ และสมาชิกระดับแกนนำของสภาคองเกรสอีก 9 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีสาระสำคัญว่า “ข้อจำกัดบางประการ” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการบังคับใช้ต่อบริษัทหัวเว่ยของจีนนั้น ควรได้รับการขยายระยะเวลาผ่อนผันออกไปอีก “ประมาณ 2 ปี” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกฝ่าย ว่าเมื่อมาตรการคว่ำบาตรหรือการขึ้นบัญชีดำมีผลอย่างเป็นทางการแล้ว จะเป็นการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลต่อเสถียรภาพด้านความมั่นคง
    ขณะที่นายสตีฟ มนูชิน รมว. การคลังสหรัฐ กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่เมืองฟุกุโอกะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลวอชิงตันจะผ่อนผันมาตรการกดดันต่อหัวเว่ย หากการเจรจาการค้ากับรัฐบาลปักกิ่งในครั้งต่อไป “มีความคืบหน้า”
    ทั้งนี้ ทรัมป์อาศัยอำนาจพิเศษในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉินด้านเทคโนโลยี” เมื่อกลางเดือนที่แล้ว เพื่อปกป้องระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐจาก “การรุกรานโดยศัตรู” โดยไม่ได้พาดพิงประเทศและบริษัทใดอย่างเจาะจง แต่ทุกฝ่ายตีความไปในทางเดียวกันว่าหมายถึงหัวเว่ย อย่างไรก็ตาม ต่อมากระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศมาตรการผ่อนผันเป็นเวลา 90 วัน หรือจนถึงวันที่ 19 ส.ค. นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้หัวเว่ยและผู้ประกอบการในอเมริกาจัดการข้อตกลงและความร่วมมือที่ยังคั่งค้างให้เสร็จสิ้น แต่มีการวิเคราะห์เช่นกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า อาจมีการต่อเวลา


สภาพอากาศ

  • ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก ราชบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นไป มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะ 1-2 วันนี้