17 กันยายน 2561

ข่าวในประเทศ

  • พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ กล่าวว่า ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกกองบินเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากพายุมังคุด และเน้นย้ำนโยบายว่าให้แต่ละกองบินออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาสาธารณภัยต่าง ๆ ทันที โดยไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตส่วนกลาง เพราะจะทำให้เกิดความล่าช้าในการเข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน
  • ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดตั้งศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ASEAN-Japan Cybersecurity Capacity Building Centre : AJCCBC) ตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับประเทศญี่ปุ่น และมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็ตด้า (ETDA) เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นทั้งงบประมาณและองค์ความรู้เพื่อฝึกอบรมให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ ได้กำหนดให้ความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศและการรับรองความปลอดภัย เป็น 1 ใน 8 ยุทธศาสตร์ ในแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน ปี 2563 ซึ่งจะเน้นเรื่องการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง CERT, Data Governance และการระบุและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ
  • รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้การดำเนินงานของ NIA ได้ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่ Innovation Nation หรือประเทศที่มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยแนวคิดดังกล่าวหลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ในหลาย ๆ ภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เช่น การกระตุ้นการเติบโตของ GDP การยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างงานในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น การเกิดความเท่าเทียมทั้งในระดับภูมิภาคและส่วนกลาง ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาให้รุดหน้าอย่างรวดเร็ว

ข่าวการเมือง

  • นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ดำเนินการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศในประเด็นสำคัญ 6 ด้าน คือ แก้จน แก้เหลื่อมล้ำ แก้โกง ปฏิรูปราชการ การมีส่วนร่วม และการสร้างอนาคต ให้เป็นรูปธรรม ด้วยการออกกฎหมายสำคัญ ๆ เช่น กฎหมายธนาคารชุมชน กฎหมายป่าชุมชน การให้ปลูกไม้มีค่าในพื้นที่กรรมสิทธิ์ สำหรับกฎหมายและระเบียบอื่น ๆ ที่จะพิจารณาต่อไป เช่น กฎหมายขายฝาก ธนาคารที่ดิน สวัสดิการชุมชน สภาประชาคมตำบล กองทุนพัฒนาผู้นำชุมชน ที่จะสอดรับกับโครงการผู้กล้าคืนถิ่น นอกจากนี้ยังมีโครงการที่กำลังเร่งดำเนินการ เช่น โครงการสืบสานกระจายผลแนวทางการทำการเกษตรในรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน และเกษตรอินทรีย์ ธนาคารปูม้าทั่วอ่าวไทยและอันดามัน ชุมชนไม้มีค่า(ธนาคารต้นไม้) โซลาร์ประชาชน สมาร์ทฟาร์มเมอร์ วิจัยกินได้ โครงการผู้ป่วยติดเตียง หมอครอบครัว การแจกแบบเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ และโครงการติวฟรี.คอม เพื่อให้น้อง ๆ สามารถเข้าถึงคุณครู ติวเตอร์เก่ง ๆ ของประเทศได้อย่างเท่าเทียมกัน เป็นต้น
  • นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่ารัฐบาลมีนโยบายการปฏิรูปภาคการเกษตรโดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ซึ่งได้กำหนดนโยบายใช้ตลาดนำการผลิต และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยึดศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักดำรงชีพ โดยการสร้างเกษตรกรผู้นำให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขัน และก้าวทันสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน​ โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ คอยเป็นพี่เลี้ยง รูปแบบการเรียนรู้เป็นแบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิต

ข่าวเศรษฐกิจ

  • นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบในโครงการการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงินประชารัฐ” สำหรับการซื้อขายสินค้าระหว่างร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแบบใช้มือถือรับชำระค่าสินค้าจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์แล้ว และคาดว่าผู้ถือบัตรจะไม่ต้องกดรหัส 6 หลักในการนำบัตรมาใช้ซื้อสินค้าจากร้านค้าได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 61 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้การซื้อขายสินค้ามีความสะดวกมากขึ้น สำหรับการผลักดันให้ร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการ ตนได้สั่งการให้นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ไปเร่งรัดดำเนินการรับสมัครร้านค้ารายย่อยให้เข้าร่วมโครงการแล้ว หลังจากที่ล่าสุดมีร้านค้าสมัครเข้ามาแล้ว 3 หมื่นราย มียอดอนุมัติให้ใช้แอปพลิเคชันแล้ว 1 หมื่นราย และขณะนี้กำลังทยอยส่งรายชื่อให้กรมบัญชีกลางอย่างต่อเนื่อง

ข่าวต่างประเทศ

  • สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอนัลว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนที่วงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ในวันนี้ (17 ก.ย. 61) โดยสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีที่ระดับ 10% ซึ่งต่ำกว่าการประกาศครั้งแรกที่ระบุว่าจะเก็บภาษีที่ระดับ 25% ขณะที่คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมที่จะเปิดการเจรจาระดับสูงกับเจ้าหน้าที่จากจีน เพื่อลดความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก
  • สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ทีมงานของเกาหลีใต้ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ผู้สื่อข่าว และผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ เดินทางไปยังเกาหลีเหนือเพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมระหว่างสองเกาหลีที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ทีมงานของเกาหลีใต้จะเข้าสำรวจสถานที่จัดประชุม ตรวจสอบระบบโลจิสติกส์ และร่วมมือกับทีมงานของเกาหลีเหนือเพื่อให้การประชุมระหว่างประธานาธิบดีมูน แจ อินของเกาหลีใต้ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เห็นพ้องกันที่จะเผยแพร่ช่วงเวลา การพบปะกันในช่วงแรกระหว่างสองผู้นำ โดยการประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่สองผู้นำได้พบปะกันที่เขตชายแดนหมู่บ้านปันมุนจอมในเดือน เม.ย. 61 และ พ.ค. 61

สภาพอากาศ

  • ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ “มังคุด” (MANGKHUT)” ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 17 กันยายน 2561 เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (17 ก.ย. 61) พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณประเทศจีนตอนใต้ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหนานหนิง ประเทศจีน ประมาณ 63 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 23.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 33 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนเข้าสู่เขตมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ในวันที่ 18 ก.ย. 2561 ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2561 จะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง