ข่าวในประเทศ
- รอง นรม. (พล.อ. ประวิตรฯ) และ รมว.กห. ได้เดินทางไปตรวจราชการและมอบนโยบายการปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยได้กล่าวชื่นชมและเป็นกำลังใจกับทุกส่วนราชการที่สนับสนุนขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาลต่อเนื่องกันมา และเน้นย้ำขอให้ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจพยายามทำงานหนักร่วมกันให้มากขึ้น เพื่อเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน โดยให้ความสำคัญกับงานเชิงรุกและขอให้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาประสิทธิภาพของศูนย์ดำรงธรรม โดยนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์มากำหนดเป็นนโยบายและเร่งสนองตอบโดยใช้กลไกส่วนราชการในพื้นที่ขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและตรงกับความต้องการของประชาชน

- รมว.พน. ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นภารกิจส่วนหนึ่งของการประชุม ครม. นอกสถานที่ โดยติดตามโครงการด้านพลังงานที่สำคัญในพื้นที่ ได้แก่ โครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง (ระบบเกษตร) พื้นที่ ต.บ้านกล้วย โครงการผลิตน้ำมันดิบบนบก แหล่งวิเชียรบุรี และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม เขาค้อ โดยโครงการสูบน้ำแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้งเป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ซึ่งช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถปลูกพืชนานาชนิดในฤดูแล้งได้ ส่วนการผลิตน้ำมันดิบวิเชียรบุรีนั้น สามารถผลิตน้ำมันดิบได้ 1,400 บาร์เรลต่อวัน โดยจากสถิติการผลิตรวม 16 ล้านบาร์เรล ตลอด 26 ปี ตั้งแต่เริ่มมีการผลิต โดยสามารถช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศเป็นมูลค่า 35,000 ล้านบาท จ่ายภาษีให้รัฐเป็นค่าภาคหลวงกว่า 2,000 ล้านบาท และเป็นภาษีเงินได้ปิโตรเลียมกว่า 4,700 ล้านบาท และสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมนั้น สามารถผลิตไฟฟ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยรอบ และบริเวณโดยรอบโครงการดังกล่าวยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่
ข่าวการเมือง

- เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 61 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย นรม. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดถนน 4 เลน หมายเลข 201 สาย เลย – เชียงคาน และเป็นสักขีพยานในการมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้แก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี โดย นรม. ได้กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า รัฐบาลชุดนี้พยายามทำเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนกลุ่มจังหวัดไปข้างหน้า จึงขอให้ทุกคนเรียนรู้และฟังในสิ่งที่รัฐบาลพูด ซึ่งในอดีตมีความเหลื่อมล้ำมาก เช่น ถนนหนทางต่าง ๆ สนามบิน ที่ต้องปรับปรุงเพราะหากดีอยู่แล้วคงไม่ต้องทำอะไรมาก ดังนั้นหลายอย่างต้องใช้เวลา ส่วนโครงการไทยนิยมจะลงไปถึงทุกหมู่บ้าน เพราะหากสนับสนุนเป็นบางคนบางกลุ่ม หรือบางพวกก็จะขัดแย้งกันแบบเดิม ขณะเดียวกันเราจะฝืนกลไกบางกลไกไม่ได้ รวมถึงกฎกติกาต่างประเทศด้วย แต่เราต้องปลดล็อกประตูโดยปรับตัวเองให้ได้ สร้างความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ
ข่าวเศรษฐกิจ

- รอง นรม. (นายสมคิดฯ) เปิดเผยว่าในช่วงเวลาที่เหลืออีกประมาณ 3 – 4 เดือนก่อนประกาศวันเลือกตั้งชัดเจน จะเร่งผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมและสำคัญให้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. และเปิดประกวดราคาให้ได้มากที่สุด ซึ่งโครงการสำคัญ ๆ นี้มีมูลค่ารวมกันแล้วมากกว่า 3 แสนล้านบาท หากผลักดันออกมาแล้วจะเป็นแรงส่งที่สำคัญของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ โครงการที่จะเร่งผลักดันส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เป็นหัวใจสำคัญ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา รถไฟฟ้าใน กทม. หลายเส้นทาง เช่น สายสีส้ม สายสีม่วงใต้ รถไฟทางคู่ทั้งในจังหวัดต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นที่ทุกโครงการจะต้องถูกผลักดันออกมาหมด แต่ต้องเป็นโครงการที่เป็นหัวใจสำคัญ ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลถัดไปจะมาว่าต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานเจ้าของทราบเพื่อเร่งรัดแล้ว หากส่วนไหนล่าช้าอาจจะต้องเข้าไปหารือเร่งรัดต่อไป
- นายประเสริฐฯ นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท – พรีเมียม บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง กล่าวในการเสวนา “กรุงเทพจตุรทิศ: ผ่า! ผังเมืองใหม่… พลิกโฉมกรุงเทพฯ สู่มหานครโลก” ว่า มีความคาดหวังว่าจะมีการปรับเปลี่ยนผังเมืองอย่างแท้จริง หลังมีการประกาศใช้การวางและจัดทำผังเมืองรวม กทม. ฉบับใหม่ ซึ่งมองว่า กทม. จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจากการขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดหวังว่าในอีก 5 – 7 ปี ผังเมืองจะสอดรับกับการกระจุกตัวของอสังหาริมทรัพย์มาก ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีแผนการก่อสร้างโครงการในรูปแบบ Mixed Use จำนวนกว่า 33 โครงการ มูลค่ารวม 1.1 ล้านล้านบาท ในพื้นที่แปลงใหญ่ย่านพระราม 4 เป็นหลัก ซึ่งจะเป็นการพัฒนาโครงการโดยการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้เกิดแหล่งงานเพิ่มขึ้น
ข่าวต่างประเทศ
- เมื่อ 17 ก.ย. 61 สื่อต่างประเทศรายงานความคืบหน้าอิทธิพลซุปเปอร์ไต้ฝุ่นมังคุด หลังถล่มเกาะลูซอน ของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. 61 ซึ่งทำให้มีเสียชีวิตกว่า 50 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นคนงานเหมืองถึง 33 รายที่ถูกดินถล่มปิดทับเหมือง และยังสูญหายอีกอย่างน้อย 29 ราย ก่อนจะเคลื่อนตัวผ่านเกาะฮ่องกง และขึ้นฝั่งที่มณฑลกวางตุ้ง ทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 16 ก.ย. 61 โดยได้ส่งผลให้มีต้นไม้หักโค่น และเศษซากปรักหักพังจำนวนมากถูกลมพายุพัดมากีดขวางถนนกว่า 600 สายทั่วเกาะฮ่องกง จนรถโดยสารยังคงต้องหยุดวิ่งให้บริการ ส่วนเรือเฟอร์รี่โดยสารและรถไฟก็ยังไม่สามารถให้บริการได้เต็มรูปแบบทั้งหมด รวมทั้งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย ในมณฑลกวางตุ้ง และส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมในมณฑลดังกล่าวต้องปิดทำการทั้งหมด
สภาพอากาศ

- บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือ
เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 ก.ย. 61 นอกจากนี้ พายุดีเปรสชัน “มังคุด”(MANGKHUT) บริเวณประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปเมืองหนานหนิงและมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย